การออกแบบแฟชั่น
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
การออกแบบแฟชั่น (อังกฤษ: Fashion design) ถือเป็นศิลปะการถักทอชีวิตการเป็นอยู่ของคนลงบนเสื้อผ้า โดยใช้เวลา สถานที่ วัฒนธรรมประเพณีเป็นพื้นฐานในการสร้างสรร ในปีหนึ่งคอลเลคชั่นจะถูกแบ่งออกมาเป็นสองช่วงเวลา หนึ่งคือหน้าหนาว อีกส่วนคือหน้าร้อนและฤดูใบไม้ผลิ
เนื้อหา |
โครงสร้าง [แก้]
นักออกแบบสิ่งถักทอสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก แบบที่ทำงานเต็มเวลากับบริษัทดัง หรือจะเป็นทำเป็นงานเสริมเพื่อแบรนด์ของตัวเองแล้วส่งให้ร้านแต่ละร้านต่อไป ฟรีแลนด์ทำงานให้ตัวเองแล้วส่งให้โรงงานทอต่อ โรงงานทอผ้ามีหน้าที่ลงป้ายบอกขนาดของแต่ละตัว บวกกับพิมการันตีคุณภาพ นักออกแบบบางคนออกแบบป้ายด้วยตัวเองเพื่อให้เข้ากับกลุ่มตลาดที่เขาตีไว้
นักออกแบบบางคนเป้นนักออกแบบประจำตัวของผู้มีชื่อเสียง ในโลกของแฟชั่นชั้นสูง นักออกแบบจะส่งผลงานให้กับโรงงานที่ทำเกี่ยวกับแฟชั่นชั้นสูงอย่างเดียว โดยเฉพาะแบรนด์ดังนั้นจะมีทีมออกแบบอยู่แล้วแต่การควบคุมงานอยู่ในกำมือของเจ้าของแบรนด์อยู่ดี
คอลเลคชั่น [แก้]
คอลเลคชั่นเป็นการทำงานที่นักออกแบบเอาผลงานออกแบบหลายๆ ชิ้นมาประกอบกัน เพื่อให้เกิดเทรนด์ใหญ่ในตลาดทั้งแฟชั่นชั้นสูงและตลาดใหญ่ นักออกแบบเวลาดีไซน์ต้องเอาหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาคิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นมุมมองชองคนซื้อ ดีไซน์เก่าๆในตลาด รูปแบบของคู่แข่ง และเทรนด์ที่มีในท้องตลาดตอนนี้ รวมไปถึงซีซั่นของคอลเลคชั่นนั้นๆ
การออกแบบผ้า [แก้]
ดีไซเนอร์สามารถทำงานได้หลายแบบไม่ว่าจะลงบนกระดาษ หรือทาบผ้าบนหุ่นเพื่อให้เกิดทรงของชุด หลังจากที่เสร็จก็จะเอาคนออกแบบลวดลายเข้ามาช่วย แล้วทำลายตามที่นักออกแบบต้องการ การออกแบบลวดลายถือเป็นงานที่เครียดมาก เพราะต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการทำงาน ความสวยของชุดขึ้นอยู่กับการทำลวดลายให้เข้ากัน ในที่สุดตัวอย่างก็จะถูกเอาไปลองลงบนตัวนางแบบจริง
ประวัติศาสตร์ [แก้]
อุตสาหกรรมสิ่งถักทอนั้นได้เริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 19 เมื่อผลงานของ Charles Frederick Worth ได้ถูกติดป้ายผลงาน เรื่องราวก่อนหน้านี้มีอยู่ว่า นักออกแบบส่วนมากนั้นออกแบบโดยหวังขายกับราชวงศ์โดยที่ไม่รู้ว่านักออกแบบคือใคร แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเริ่มรู้จักการเป็นนักออกแบบมากขึ้น นักออกแบบสามารถบอกได้ว่าชาวบ้านแต่ละคนควรใส่อะไรให้เหมาะกับตัวเอง แทนที่จะใส่ตามมีตามเกิด และเหมือนกันหมด คำว่า couturier จึงถูกผู้ตั้งขึ้นเป็นการเรียกคนออกแบบประเภทนี้ เดี๋ยวนี้หลากหลายบ้านทอผ้าว่าจ้างศิลปินมาให้แต่งแต้มผ้าดิบให้ภาพเหล่านี้ได้มีการออกป่าวประกาศให้ทุกคนได้เห็น ดังนั้นคนจึงสนใจมากกว่ามานั่งถักทอด้วยตนเองเพราะมันถูกกว่า เมื่อลูกค้าชอบก็จะสั่งให้บ้านถักทอทำ และทำใหเกิดกำไรจากการทำงาน ทุกอย่างทำให้เกิดวัฒนธรรมที่ว่านักออกแบบดีไซน์ให้ลูกค้าดูก่อนที่จะทำจริง
การออกแบบมีวิธีการหลายประเภท
- Haute couture: ดีไซน์ออกแบบให้สังคมชั้นสูงพึ่งจะแพง และใช้เวลานานเพราะมีความละเอียดอ่อนมาก
- Ready to wear: ออกแบบชุดเดิมหลายไซน์ แต่ออกมาไม่เยอะในแต่ละขนาด
- Mass market: ทำออกมาเพื่อคนหลายกลุ่ม หลายรุ่น หลายวัย
รายไดั [แก้]
โดยมากนั้นนักออกแบบสิ่งถักทอที่มีความสามารถมีโอกาสได้เงินถึง 39,440 ถึง 93,000 ดอลล่าต่อปี ในปี 2005 ประเทศอเมริกาได้เปิดเผยตัวเลขว่าจากการวิจัยของ US Bureau of Labor โดยเฉลี่ยแล้วแฟชั่นดีไซน์เนอร์ได้รับรายได้ประมาณ 67,370 ดอลล่าต่อปี ซึ่งสูงขึ้นจากปี 2000 มากถึง 18,840 ดอลล่า โดยเกินครึ่งได้มากกว่า 34,800ต่อปี มีประมาณ 10% ที่ได้ต่ำกว่า 24,710 ดอลล่า และอีก 10% ที่ได้มากกว่า 103,970 ดอลล่าต่อปี
แฟชั่นดีไซน์รอบโลก [แก้]
หลายๆประเทศมีอุตสาหกรรมสิ่งทอของตัวเองเช่นที่ เบลเยี่ยม สเปน โปตุเกส อินเดีย บราซิล เนเธอแลนด์ เยอรมัน โปแลนด์ และออสเตรเลีย แต่มีเพียงห้าประเทศที่มีภาพพจน์เป็นนานาชาติหรืออินเตอร์ นั่นก็คือ ประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา อิตาลี่ และญี่ปุ่น
แฟชั่นดีไซน์ในอเมริกา ส่วนมากตลาดของประเทศมีฐานอยู่ที่นิวยอร์ก แต่ก็มีบางส่วนอยู่ที่ลอสแอนเจลิส จุดเด่นของดีไซน์ที่นี่คือ การตัดที่เนี๊ยบ สไตล์เรียบง่าย สบายๆ บ่งบอกถึงความเป็นกีฬาสูง แบรนด์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในตอนนั้นตลอด 1940-1950 คือ Claire McCardell แบรนด์ดังอื่นๆที่มีอิทธิพลเหมือนกันคือ Calvin Klein, Ralph Lauren, Anna Sui, Donna Karan, Kenneth Cole, Marc Jacobs, Michael Kors, Vera Wang, Betsey Johnson, Tommy Hilfiger
แฟชั่นดีไซน์ในอังกฤษ ลอนดอนเป็นศูนย์ของอุสาหกรรมสิ่งถักทอของอังกฤษ และมีอิทธิพลจากหลากหลายประเทศทำให้เป็นโมเดิ้นในปัจจุบัน สไตล์โดยทั่วไปของอังกฤษนั้นดูซับซ้อนและฉลาด ยิ่งเดี๋ยวนี้ดีไซน์ยิ่งมีเอกลักษณ์มากขึ้น แบรนด์ที่ดังในอังกฤษมีอยู่เยอะ เช่น Burberry, Jimmy Choo, Paul Smith, Vivienne Westwood, Stella McCartney, John Galliano, Alexandar McQueen
แฟชั่นดีไซน์ในฝรั่งเศส ตลาดของฝรั่งเศสส่วนมากอยู่ในปารีส ที่นี่มีความเป็นสไตล์เด่นมาก ต้องดูเก๋ แต่เรียบหรูจากการตัดเย็บที่เนี๊ยบและละเอียดมาก แบรนด์ดังมี Louis Vuitton, Balmain, Chanel, Christian Dior, Givenchy, Yves Saint Laurant
แฟชั่นดีไซน์ในญี่ปุ่น ประเทศเดียวในเอเชียที่มีสไตเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ ศูนย์ตลาดอยู่ที่โตเกียว งานของที่นี่มีความปล่อยโล่งและซับซ้อน เป็นเหตุมาจากการตัดเย็บที่ซับซ้อนตั้งแต่เริ่มจนจบ ส่วนสีนั้นจะเป็นโทนนุ่ม และลายเยอะ นักออกแบบดังมีหลายคนเช่น Yohji Yamamoto, Kenzo, Issey Miyake, Comme des Garcons’s Rei Kawakubo
ทีมงานที่มีส่วนร่วม [แก้]
- Fashion designer – นักออกแบบทรงชุด
- Pattern maker- ออกแบบลวดลาย
- Tailor- คนทอ
- Textile designer- ออกแบบเนื้อผ้า
- Stylist- เป็นคนดูชุดให้เข้ากับเครื่องประดับ
- Buyer- คนซื้อที่มีรสนิยม
- Seamstress- ทำชุด ready to wear อาจเป็นแค่คนคุมเครื่อง
- Teacher of fashion designer- สอนศิลปะและการทำงานที่อยุ่ในอุตสาหกรรมนี้
- Custom clothier- ทำผ้าส่งต่อให้โรงงาน
- Illustrator- ทำโฆษณาขายผ้า
- Model- ใส่ชุดแสดงผลงาน และเพื่อถ่ายแบบ
- Fit model- หุ่นดี เอาไว้เป้นหุ่นให้กับออกแบบ
- Fashion Journalist- เขียนเกี่ยวกับการมาของเทรนด์
- Fashion advisor- ให้ความเห็นเกี่ยวกับสไตล์สี
- Photographer- ช่างภาพดูแลหน้าตาของงาน