การศึกษาภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

การศึกษาภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทย มีการบันทึกการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นยุคแรกในปี พ.ศ. 2477 เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมปีที่ 7-8 แผนกวิสามัญภาษาต่างประเทศ โรงเรียนมัธยมวัดบพิตรพิพิมุข กรมวิสามัญศึกษา ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และเริ่มการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในปี พ.ศ. 2485 เมื่อทางคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดสอนหลักสูตรอักษรศาสตรบัณฑิตจัดการเรียนการสอนเป็นสาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น

ตามข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) ในไทยมีสถาบันที่สอนอยู่เป็นจำนวน 385 สถาบัน ครูสอนภาษาญี่ปุ่น 1,153 คน และนักเรียนอีก 71,083 คน [1][2][3]

เนื้อหา

สถาบันอุดมศึกษาของรัฐในประเทศไทยที่เปิดสอนภาษาญี่ปุ่นในระดับปริญญาตรี [แก้]

  1. คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  3. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  4. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  5. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  6. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  7. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  8. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  9. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  10. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  11. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
  12. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
  13. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  14. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  15. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  16. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
  17. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  18. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
  19. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิดถ์
  20. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
  21. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
  22. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  23. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  24. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
  25. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
  26. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
  27. คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
  28. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
  29. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
  30. คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
  31. คณะบริหารธุรกิจ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
  32. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

การสอบวัดระดับความสามารถ [แก้]

จำนวนผู้เข้าสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น
ปี เมือง ระดับ
L1 L2 L3 L4 รวม
พ.ศ. 2552
(ค.ศ. 2009) [4]
กรุงเทพ 958 2,993 4,591 4,952 13,494
เชียงใหม่ 65 315 597 964 1,941
สงขลา 4 35 78 261 378
ขอนแก่น 12 129 379 435 955
รวม 1,039 3,472 5,645 6,612 16,768
พ.ศ. 2551
(ค.ศ. 2008) [4]
กรุงเทพ 754 2,704 4,356 5,037 12,851
เชียงใหม่ 64 239 639 910 1,852
สงขลา 1 18 80 220 319
ขอนแก่น 8 94 316 406 824
รวม 827 3,055 5,391 6,573 15,846
พ.ศ. 2549
(ค.ศ. 2006) [5]
กรุงเทพ 700 1,949 3,100 3,900 9,649
เชียงใหม่ 52 202 628 1,021 1,794
สงขลา 4 37 89 291 463
พ.ศ. 2548
(ค.ศ. 2005) [6]
กรุงเทพ 633 1,616 2,416 3,456 8,121
เชียงใหม่ 56 164 409 1,120 1,749
สงขลา 7 41 122 293 463
พ.ศ. 2547
(ค.ศ. 2004) [7]
กรุงเทพ 434 1,280 1,940 2,719 6,373
เชียงใหม่ 35 170 333 798 1,336
สงขลา 2 33 94 180 309
พ.ศ. 2546
(ค.ศ. 2003)[8]
กรุงเทพ 380 1,188 1,773 2,735 6,076
เชียงใหม่ 27 151 273 746 1,197
พ.ศ. 2544
(ค.ศ. 2001)[9]
กรุงเทพ 211 681 1,198 1,774 3,864
เชียงใหม่ 18 61 157 303 539
พ.ศ. 2543
(ค.ศ. 2000)[10]
กรุงเทพ 194 696 960 1,338 3,188
เชียงใหม่ 15 70 130 238 453
พ.ศ. 2542
(ค.ศ. 1999) [11]
กรุงเทพ 152 544 811 1,174 2,681
เชียงใหม่ 24 45 120 205 394
พ.ศ. 2541
(ค.ศ. 1998)[11]
กรุงเทพ - - - - 2,175
เชียงใหม่ - - - - 289

การสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นไทยจะถูกจัดขึ้นใน 3 เมืองของทุกปี เมื่อเริ่มแรกได้มีการจัดขึ้นเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร แต่ต่อมาได้มีการเพิ่มการจัดที่จัดหวัดสงขลาขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2006) [8] นอกจากนั้นกรุงเทพมหานครยังเป็นเพียงสถานที่แห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นเชิงธุรกิจ (Business Japanese Proficiency Test) ซึ่งเมื่อปี 2546 ได้มีผู้เข้าสอบเป็นจำนวน 232 คน นับได้เป็นร้อยละ 13 ของผู้ทดสอบนอกประเทศญี่ปุ่น [12]

อ้างอิง [แก้]

  1. http://www.arts.chula.ac.th/~east/japanese/activites/history.html สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. "2003年海外日本語教育機関調査結果: タイ (Results of the 2003 survey of overseas Japanese language educational institutions: Thailand)". The Japan Foundation. 2006. สืบค้นเมื่อ 2008-01-14. 
  3. "2006年海外日本語教育機関調査結果: タイ (Results of the 2003 survey of overseas Japanese language educational institutions: Thailand)". The Japan Foundation. 2006. สืบค้นเมื่อ 2008-01-14. 
  4. 4.0 4.1 "Japanese Language Proficiency Test 2009: Summary of the Results". Japan Educational Exchanges and Services, The Japan Foundation. 2009. สืบค้นเมื่อ 2010-04-20. 
  5. "Japanese Language Proficiency Test 2006: Summary of the Results". Japan Educational Exchanges and Services, The Japan Foundation. 2006. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  6. "Japanese Language Proficiency Test 2005: Summary of the Results". Japan Educational Exchanges and Services, The Japan Foundation. 2005. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  7. "Japanese Language Proficiency Test 2004: Summary of the Results". Japan Educational Exchanges and Services, The Japan Foundation. 2004. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  8. 8.0 8.1 "Japanese Language Proficiency Test 2003: Summary of the Results". Japan Educational Exchanges and Services, The Japan Foundation. 2003. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 
  9. "The 2001 Japanese-Language Proficiency Test Number of Examinees by Sites". The Japan Foundation. 2002-02-14. สืบค้นเมื่อ 2006-12-03. 
  10. "The 2000 Japanese-Language Proficiency Test Number of Examinees by Sites". The Japan Foundation. 2001-02-07. สืบค้นเมื่อ 2006-12-03. 
  11. 11.0 11.1 "The 1999 Japanese-Language Proficiency Test Number of Examinees by Sites". 2000-02-07. สืบค้นเมื่อ 2006-12-13.  Unknown parameter |publishers= ignored (help)
  12. "13th JLRT (2006): A Summary Report" (PDF). Japan External Trade Organization. 2006. สืบค้นเมื่อ 2008-01-12. 

ดูเพิ่ม [แก้]