ฮอโลคอสต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก การล้างชาติโดยนาซี)
"การเลือกสรร" ในค่ายกักกันเอาชวิตช์ พฤษภาคม/มิถุนายน 1944; ผู้ที่ถูกส่งไปอยู่ทางขวา คือ ไปใช้แรงงานทาส ส่วนผู้ที่ถูกส่งไปทางซ้าย คือ ไปห้องรมแก๊ส จากภาพ เป็นชาวยิวฮังการีที่เพิ่งมาถึงค่าย ผู้ถ่าย คือ แอร์นสท์ ฮอฟมันน์หรือเบอร์นาร์ด วอลเตอร์แห่งหน่วยเอสเอส

ฮอโลคอสต์, โฮโลคอสต์ (อังกฤษ: The Holocaust) หรือรู้จักในอีกชื่อว่า haShoah (ภาษาฮีบรู: השואה), Churben (ภาษายิดดิช: חורבן) เป็นพันธุฆาตชาวยิวในยุโรปประมาณ 6 ล้านคนระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โครงการฆาตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐโดยเยอรมนี นำโดยอดอล์ฟ ฮิตเลอร์และพรรคนาซี ทั่วทั้งดินแดนที่เยอรมนียึดครอง[1][2] จากชาวยิว 9 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในทวีปยุโรปก่อนฮอโลคอสต์ ประมาณสองในสามถูกสังหาร[3] โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กชาวยิวกว่า 1 ล้านคนถูกสังหารในฮอโลคอสต์ เช่นเดียวกับหญิงชาวยิวประมาณ 2 ล้านคน และชายชาวยิว 3 ล้านคน[4][5]

นักวิชาการบางส่วนเสนอว่า นิยามของฮอโลคอสต์ยังควรรวมถึงพันธุฆาตประชากรกลุ่มอื่นอีกหลายล้านคนของนาซี รวมทั้งชาวโรมานี นักคอมมิวนิสต์ เชลยศึกโซเวียต พลเรือนโปแลนด์และโซเวียต พวกรักเพศเดียวกัน ผู้ทุพพลภาพ พยานพระยะโฮวาห์ และคู่แข่งทางการเมืองและศาสนาอื่น ๆ ไม่ว่ากลุ่มชาติพันธุ์เยอรมันหรือไม่ก็ตาม[6] นิยามนี้เป็นนิยามที่สามัญที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดจนถึงคริสต์ทศวรรษ 1960[6] หากใช้นิยามนี้ จำนวนเหยื่อฮอโลคอสต์ทั้งสิ้นอยู่ระหว่าง 11 ถึง 17 ล้านคน[7] เฮนรี ฟีแลนเดอร์นิยามฮอโลคอสต์ว่า "การสังหารหมู่มนุษย์ เพราะพวกเขาเป็นสมาชิกของกลุ่มที่นิยามทางชีวภาพ" หมายความว่า "พวกนาซีใช้นโยบายการกำจัดที่คงเส้นคงวาและครอบคลุมเฉพาะกับมนุษย์สามกลุ่ม ผู้พิการ ชาวยิวและพวกยิปซี"[8]

การเบียดเบียนและพันธุฆาตมีการดำเนินแบ่งเป็นขั้น มีกฎหมายหลายฉบับที่ดึงชาวยิวออกจากประชาสังคม ที่เห็นชัดที่สุดคือ กฎหมายเนือร์นแบร์ก ซึ่งใช้บังคับในเยอรมนีหลายปีก่อนสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มต้น มีการสร้างค่ายกักกันซึ่งผู้ถูกกักกันถูกบังคับให้ใช้แรงงานทาสกระทั่งเสียชีวิตด้วยการหมดแรงหรือโรค ที่ใดที่เยอรมนียึดครองดินแดนใหม่ในยุโรปตะวันออก หน่วยเฉพาะที่เรียกว่า ไอน์ซัทซกรุพเพน จะฆาตกรรมยิวและคู่แข่งทางการเมืองในการยิงหมู่ ผู้ยึดครองกำหนดให้ชาวยิวและโรมานีถูกจำกัดอยู่ในเกตโตที่แออัดยัดเยียดก่อนถูกขนส่งโดยรถสินค้าไปยังค่ายมรณะ ที่ซึ่ง หากพวกเขารอดชีวิตจากการเดินทาง จะถูกสังหารไปโดยมากในห้องรมแก๊ส

เนื้อหา

ต้นกำเนิดและการใช้คำ[แก้]

ที่มาและรากศัพท์[แก้]

คำว่า การล้างชาติ ในภาษาอังกฤษคือ "holocaust" มีรากศัพท์มาจากคำในภาษากรีกว่า holókauston ซึ่งแยกได้เป็นสองคำ คือ (holos) "อย่างสิ้นซาก" และ (kaustos) "เผา" ซึ่งมีความหมายถึงการบูชายัญต่อพระเจ้า ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 11 คำดังกล่าวได้ถูกใช้ในภาษาละตินว่า holocaustum ใช้บรรยายถึงการสังหารหมู่ชาวยิวโดยเฉพาะ และเมื่อถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 คำว่า holocaust ใช้ในความหมายว่า ความหายนะหรือความล่มจม

ส่วนคำในพระคัมภีร์ไบเบิล คำว่า Shoah (שואה) (หรืออาจจะสะกดว่า Sho'ah และ Shoa) หมายถึง "ความหายนะใหญ่หลวง" เป็นคำในภาษาฮีบรูที่ใช้บรรยายถึงการล้างชาติโดยนาซีในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1940 ชาวยิวได้ใช้คำว่า Shoah ด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกันรวมไปถึงใจความของคำว่า "holocaust" ที่มีความหมายไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากเป็นการบรรยายถึงวัฒนธรรมนอกรีดของชาวกรีกโบราณ

คำจำกัดความ[แก้]

คำว่า holocaust ได้เริ่มปรากฏการใช้ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 ในความหมายถึง "การตายของคนกลุ่มใหญ่อย่างรุนแรง" ยกตัวอย่างเช่น นายวินสตัน เชอร์ชิลล์และเหล่านักเขียนในยุคก่อนหน้าสงครามโลกครั้งที่สองได้ใช้คำดังกล่าวในการบรรยายถึงการพันธุฆาตชาวอาร์เมเนียนในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่หลังจากคริสต์ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา คำดังกล่าวถูกจำกัดวงมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ คำดังกล่าวเป็นคำวิสามานยนามที่ใช้อธิบายถึงการล้างชาติโดยนาซีเท่านั้น

คำว่า holocaust เป็นการแปลความหมายมาจากคำว่า Shoah ซึ่งเป็นคำในภาษาฮีบรูในความหมายว่า เหตุหายนะใหญ่หลวง ความฉิบหาย มหันตภัยและการทำลายล้าง ซึ่งปรากฏในหนังสือที่มีชื่อว่า Sho'at Yehudei Polin ในกรุงเยรูซาเลม ซึ่งต่อมาได้แปลเป็น การล้างชาติโดยนาซีต่อชาวยิวในโปแลนด์ ส่วนก่อนหน้านั้น คำว่า Shoah เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงพรรคนาซีว่าเป็นความหายนะใหญ่หลวง

พจานุกรมภาษาอังกฤษ ฉบับออกซ์ฟอร์ด เห็นพ้องต้องต้องกันว่า คำว่า holocaust หมายความถึง ลักษณะการกระทำของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่มีต่อชาวยิวในปี พ.ศ. 2485 ความหมายนี้ยังไม่ได้ถูกยอมรับอ้างอิงจนกระทั่งคริสต์ทศวรรษ 1970 จึงเป็นที่ยอมรับ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคำคำนี้จะแปลโดยสามัญว่าเป็นการฆ่าล้างชาติที่กระทำโดยพรรคนาซี แต่คำว่า holocaust ก็แปลได้หลายทางเช่นกัน

ขบวนการล้างชาติของนาซี[แก้]

ขบวนการล้างชาติของพรรคนาซี มีสาเหตุมาจากการแบ่งแยกเชื้อชาติระหว่างพวกชนชาติเชื้อสายอารยันและพวกที่ไม่มีเชื่อสายอารยันโดยมุ่งเป้าหมายหลักไปยังชาวยิวที่อยู่อาศัยในทวีปยุโรป การทำลายล้างชนชาติยิวเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อพรรคนาซีได้ขึ้นนำประเทศเยอรมันเมื่อฮิตเลอร์ขึ้นปกครองประเทศโดยชอบธรรมตามกฎหมายในปีค.ศ. 1933 ฮิตเลอร์โยนความผิดและปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในเยอรมันในเวลานั้นว่าเป็นความผิดของชาวยิว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ เหตุการณ์ไฟไหม้ การที่เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และปัญหาต่างๆอีกร้อยพันประการ

ชาวยิวในเวลานั้นถูกกดขี่ข่มเหงในทุกรูปแบบ พรรคนาซีออกกฎหมายกว่า 400 มาตราเพื่อริดรอนสิทธิชาวยิว เช่นชาวยิวไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินเพาะปลูกในเยอรมันได้ กิจการร้านค้าของชาวยิวโดนรัฐบาลเยอรมันสั่งปิด นอกจากนี้นาซียังออกกฎหมายสั่งปลดประชากรเชื้อสายที่ไม่ใช่ชาวอารยันออกจากงาน ในเวลานั้นชาวยิวหลายคนที่อยู่ผิดที่ผิดเวลาโดนทุบตีทำร้ายจนบางครั้งถึงเสียชีวิต ชาวยิวจำนวนหนึ่งอพยพหนีความรุนแรงกลับไปยังปาเลสไตน์

ท้ายที่สุดพรรคนาซีสร้างไล่ต้อนชาวยิวให้ไปอยู่อาศัยในบริเวณกักกัน(The Ghettos) พวกเขาโดนใช้งานหนักในโรงงานที่ถูกสร้างขึ้นข้างๆรั้วของบริเวณกักกันเพื่อให้ชาวเยอรมันได้รับผลประโยชน์จากแรงงานชาวยิวโดยไม่เสียเงิน ชาวยิวมากมายในสถานกักกันตายเพราะความหิวโหย เนื่องจากปริมาณอาหารที่รัฐบาลหยิบยื่นให้นั้นมีไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร รวมทั้งโรคระบาดและความหนาวได้คร่าชีวิตประชากรชาวยิวมากมายในบริเวณกักกัน ชาวยิวที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมารับเคราะห์โดยที่ไม่รู้ว่าพวกนาซีต้องการอะไรกันแน่ ชาวยิวบางคนฆ่าตัวตายเพราะความหมดหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อไปในสถานที่ที่เปรียบเสมือนนรก

ประสิทธิผล[แก้]

ในช่วงแรกๆนั้น ชาวยิวตายวันหนึ่งมีจำนวนน้อยเกินไป จึงได้มีการใช้ก๊าซพิษหลากชนิด ตั้งแต่ไซคลอน บี(เป็นสารไซยาไนต์แบบระเหยได้)ในช่วงแรก ไปจนถึงซารินที่ร้ายแรงกว่ามาก

อัตรา[แก้]

ทารุณ โหดร้ายและอำมหิต[แก้]

เด็ก[แก้]

การทดลอง[แก้]

จำนวนผู้เสียชีวิต[แก้]

แผนที่แสดงพื้นที่ที่ชาวยิวถูกจับไปที่ค่ายกักกันของนาซีเมือเดือนธันวาคม พ.ศ. 2484

จำนวนที่แน่นอนของผู้ที่เสียชีวิตจากน้ำมือของนาซีอาจจะไม่มีใครล่วงรู้ แต่เชื่อว่ามีจำนวนผู้เคราะห์ร้าย ดังนี้[ต้องการอ้างอิง] :

  • 5-6 ล้านคน เป็นชาวยิว รวมทั้งชาวโปแลนด์ที่เป็นยิว 3 ล้านคน
  • 1.8-1.9 ล้านคน เป็นชาวคริสเตียนและผู้คนที่ไม่ใช่ชาวยิว แต่ต่อต้านพรรคนาซีและถูกนาซียึดครอง
  • 200,000-800,000 คน เป็นชาวโรมาหรือชาวยิปซี
  • 200,000-300,000 คน เป็นผู้ที่ไม่มีประโยชน์ในการใช้แรงงาน
  • 80,000-200,000 คน เป็นผู้ที่มาจากสมาคมของยุโรปที่ต่อต้านการกระทำของพรรคนาซี
  • 100,000 คน เป็นผู้ที่นับถือลัทธิคอมมิวนิสต์
  • 10,000-25,000 เป็นพวกรักร่วมเพศ
  • 2,500-5,000 เป็นชาวคริสเตียน นิกายพยานของพระยโฮวา (Jehovah's Witnesses)

รูล ฮิลเบิร์ก เจ้าของผลงานหนังสือ The Destruction of the European Jews (การสังหารชาวยุโรปเชื้อสายยิว) คาดว่ามีชาวยิวทั้งหมด 5.1 ล้านคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การล้างชาติของนาซี จากสถิติกล่าวไว้ว่า มากกว่า 8 แสนคน เสียชีวิตจากบริเวณเกท-โทและความขาดแคลน, 1.4 ล้านคนเสียชีวิตเพราะถูกยิงทิ้งกลางแจ้ง และมากกว่า 2.9 ล้านคน เสียชีวิตอยู่ในค่ายกักกันนั้นเอง ฮิลเบิร์กประมาณการว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตในประเทศโปแลนด์เป็นจำนวนมากกว่า 3 ล้านคน ตัวเลขที่ฮิลเบิร์กนำมาพิจารณานี้ได้มาจากบันทึกเท่าที่หาได้ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

ผู้กระทำผิดและผู้ร่วมมือ[แก้]

ไฮน์ริช ฮิมเลอร์เป็นคนต้นคิดในการใช้ก๊าซพิษเพื่อฆ่ายิวในค่ายกักกันให้ได้มากที่สุด โจเซฟ เมนเกเล

ใครคือผู้ชี้ทางสู่การฆาตกรรม?[แก้]

หลายๆ คนอาจคิดว่า เป็นอดอล์ฟ ฮิตเลอร์แต่โดยความจริงแล้ว เรื่องนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะตอนที่ฮิตเลอร์ยังเรียนอยู่ ก็มีขบวนการต่อต้านยิวอยู่แล้ว

เยอรมนี[แก้]

บัลแกเรีย[แก้]

ชาวยิวในประเทศบัลแกเรีย หรือแม้แต่พลเรือนและทหารที่อยู่ในเขตการปกครองของประเทศมาซิโดเนียและทางตอนเหนือของประเทศกรีซ ก็ถูกเนรเทศเข้าสู่ประเทศบัลแกเรียของเยอรมนี ประเทศบัลแกเรียก็ไม่ได้ขัดขวางการเนรเทศผู้คนของเยอรมนี ซึ่งชาวยิวที่ถูกเนรเทศเหล่านี้จะถูกนำตัวไปยังค่ายกักกัน

ฟาสซิสต์อิตาลี[แก้]
เบนิโต มุสโสลินี นายกรัฐมนตรีและผู้นำเผด็จการฟาสซิสต์อิตาลี ระหว่างปี พ.ศ. 2465 ถึง พ.ศ. 2486

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อิตาลีปกครองด้วยระบอบเผด็จการแบบฟาสซิสต์ นำโดยเบนิโต มุสโสลินี ผู้นำจอมเผด็จการ ซึ่งร่วมกับพรรคนาซีในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของพลเมืองชาวยิว ส่งผลให้กลุ่มชนชาวยิวมีฐานะตกต่ำลง ลดฐานะเป็นพลเมืองชั้นรอง ถึงแม้ว่ามุสโสลินีจะไม่เคยเนรเทศชาวยิวไปยังค่ายกักกัน แต่หลังจากที่มุสโสลินีหมดอำนาจลงแล้ว อิตาลีก็ปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองเป็นสังคมนิยมประชาธิปไตย ชาวยิวที่รอดมาจากค่ายกักกันได้กว่าพันคนก็กลับเข้ามาสร้างค่ายเล็กๆ มากมายในอิตาลีเรียกกันว่า ริเซียราดิซันซาบบา (Risiera di San Sabba) เป็นสถานที่ปลงศพชาวยิว 2,000 ถึง 5,000 คนที่ถูกสังหารที่นั่น

โรมาเนีย[แก้]
ลอน อันโตเนสโค ผู้นำโรมาเนียในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ประเทศโรมาเนียภายใต้การปกครองของลอน อันโตเนสโค (Lon Antonescu) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีชาวยิวเสียชีวิตระหว่าง 280,000 - 380,000 คน และมีรายการจากคณะรัฐบาลโรมาเนียว่า

"ในบรรดาพันธมิตรของนาซีเยอรมันทั้งหมด โรมาเนียต้องแบบภาระความรับผิดชอบในการตายของชาวยิวมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมกับเยอรมัน ทั้งการสังหารใน การสังหารหมู่ไอซี่ (Iasi pogrom) , โอเดสซา (Odessa) , บ็อกดานอฟก้า (Bogdanovka) , โดมานอฟก้า (Domanovka) และเปซิโอรา (Peciora) เพื่อเป็นตัวอย่างแก่พวกที่น่าขยะแขยงมากที่สุดและจะปฏิบัติเช่นนี้อีกกับยิวทุกแห่งหนจนกว่าจะถึงการฆ่าล้างชาติ"

จากการเป็นสมาชิกในการช่วยเหลือทางการทหารให้กับเยอรมนีและยูเครน โรมาเนียได้สังหารชาวยิวร้อยละ 10 ที่เมืองเบสซาราเบีย ทางตอนเหนือของเมืองบูโกวินาและเมืองทรานสนิสเตรีย ส่วนการสังหารครั้งใหญ่มีอีกหลายครั้ง อาทิ ชาวยิว 54,000 ศพที่บ็อกดานอฟก้า ชุนนุมชาวโรมาเนียที่ค่ายบั๊ก ริเวอร์ เมืองทรานสนิสเตรีย ระหว่างวันที่ 21-31 ธันวาคม พ.ศ. 2484, ชาวยิวเกือบ 100,000 ศพที่อาศัยในเมืองโอเดสซา , มากกว่า 10,000 ศพในเมืองไอซี่ พ็อกรอม และมีการสังหารชาวยิวจำนวนมากที่เมืองโดมานอฟก้าและค่ายกักกันอัคเมตเชตก้า (Akhmetchetka) อีกด้วย

ฮังการี[แก้]

ประเทศฮังการีในยุคของไมคลอส อองรี เดอ นากีบานย่าเป็นผู้นำ มีการเนรเทศชาวยิวไปทั้งสิ้น 20,000 คนจากโรงเรือนใหญ่ของกองกำลังยูเครนในปี พ.ศ. 2484 ไปที่คาเมียเนส-โพดิสกี้ (Kamianets-Podilskyi) ในเขตการครองครองของเยอรมนีในยูเครน เพื่อให้พวกพันธมิตรของเยอรมันสังหารโดยการยิงเป้า กองทัพทหารและตำรวจฮังการีได้ทำการสังหารชาวยิวและชาว]เซิร์บกว่าพันคนที่เมืองโนวี่ แซด (Novi Sad) เมื่อเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2485 อย่างไรก็ตามอองรีก็ยังขัดขวางความต้องการของเยอรมนีที่ให้เนรเทศชาวยิวในฮังการี (ประมาณ 725,000 คน) และส่วนใหญ่ก็มีชีวิตอยู่รอดถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2487 ซึ่งนาซีได้เข้าครอบครองฮังการี ปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2487 ชาวยิวครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 381,661 คน) ในฮังการีถูกกวาดไปอยู่ที่ค่ายกักกันเอาส์ชวิตส์ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2487 รัฐบาลฮังการีภายใต้การเป็นหุ่นเชิดของนาซี ชาวยิวก็ถูกกวาดต้อนกลับมายังบ้านเกิด แต่นี่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น ต่อมาชนชาวยิวก็กลับมาถูกกลั่นแกล้งดังที่เป็นมา

อองรีกลับมาอีกครั้งในนามพรรคแอร์โรว ครอส (Arrow Cross Party : Arrow แปลว่า ลูกศรหรือลูกดอก , Cross แปลว่า กากบาท) ก่อตั้งโดยเฟอเรนซ์ สซาเลซี่ (Ferenc Szálasi) ในช่วงปลายสงครามซึ่งสัญญาณความพ่ายแพ้ของเยอรมนีเริ่มปรากฏ ทั้งนี้กองกำลังของฮังการีมีอยู่ในกองกำลังเอสเอสของนาซีมากมายไม่น้อย ซึ่งกองกำลังนี้ได้ไล่ล่าชาวยิวเพื่อนำตัวเข้าสู่ค่ายกักกันซึ่งเป็นสถานที่สังหารชาวยิวกว่า 437,000 คน ยิ่งไปกว่านั้น ชาวยิวในกรุงบูกาเปรส เมืองหลวงของประเทศฮังการี 20,000 คนถูกยิงทิ้งที่แม่น้ำดานูบโดยคำสั่งของพรรคแอร์โรว ครอส นอกจากนี้ฮังการีภายใต้อิทธิพลของพรรคนาซีได้นำชาวยิว 70,000 คนข้ามไปยังประเทศออสเตรีย กว่าพันคนตายเพราะถูกยิง อีกกว่าพันคนตายเพราะความอดอยากและอื่นๆ

สโลวาเกีย[แก้]

ฝ่ายสมาชิกประเทศในยุโรป[แก้]

ฝรั่งเศส[แก้]
เบลเยียม[แก้]
สโลวาเกีย[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Niewyk & Nicosia 2000, p. 45. "The Holocaust is commonly defined as the murder of more than 5,000,000 Jews by the Germans in World War II".
  2. "Holocaust". Encyclopaedia Britannica 2009. "[T]he systematic state-sponsored killing of six million Jewish men, women and children, and millions of others by Nazi Germany and its collaborators during World War II. The Nazis called this "the final solution to the Jewish question." 
  3. Levin, Brian (26 July 2010). "Stone Cold Jew-Baiting". The Huffington Post. Retrieved 23 September 2012.
  4. Hedgepeth & Saidel 2010, p. 16. "If two million Jewish women were murdered during the Holocaust, sexual molestation was the lot of a few but violence was the lot of the many".
  5. Fitzgerald 2011, p. 4. "More than a million Jewish children were killed".
  6. 6.0 6.1 Niewyk & Nicosia 2000, p. 45–52.
  7. Donald Niewyk suggests that the broadest definition, including Soviet civilian deaths, would produce a death toll of 17 million. Google Books Estimates of the death toll of non-Jewish victims vary by millions, partly because the boundary between death by persecution and death by starvation and other means in a context of total war is unclear. Overall, about 5.7 million (78 percent) of the 7.3 million Jews in occupied Europe perished (Gilbert 1988, pp. 242–4). This was in contrast to the five to 11 million (1.4 percent to 3.0 percent) of the 360 million non-Jews in German-dominated Europe. Small, Melvin and J. David Singer. Resort to Arms: International and civil Wars 1816–1980 and Berenbaum, Michael. A Mosaic of Victims: Non-Jews Persecuted and Murdered by the Nazis, New York: New York University Press, 1990
  8. Friedlander 1994, p. 495.

ดูเพิ่ม[แก้]

หนังสืออ่านเพิ่มเติม[แก้]

  • Yehuda Bauer. Rethinking the Holocaust. Yale University Press; New Ed edition, 2002. ISBN 0-300-09300-4
  • Yehuda Bauer. Jews for Sale? Nazi–Jewish Negotiations 1933–1945. Yale University Press, 1994. ISBN 0-300-06852-2
  • Michael Berenbaum, A Mosaic of Victims: Non-Jews Persecuted and Murdered by the Nazis (1990)
  • Berkhoff, Karel C. Harvest of Despair : Life and Death in Ukraine under Nazi Rule (2004)
  • Edwin Black. The Transfer Agreement, (c1984)
  • Randolph Braham, The Politics of Genocide: The Holocaust in Hungary 2 vols. Boulder:Social Science Monographs, distributed by Columbia University Press) (rev. and enlarged, (1994) ISBN 0-88033-247-6
  • Christopher R. Browning. The Origins of the Final Solution: The Evolution of Nazi Jewish Policy, September 1939-March 1942 (2004)
  • Burleigh, Michael & Wippermann, Wolfgang The Racial State : Germany 1933-1945, Cambridge : Cambridge University Press, (1991) ISBN 0-521-39114-8.
  • Lucy Davidowicz, The War Against the Jews : 1933-1945 (1975).
  • Norman Davies and Lukas, Richard C. Forgotten Holocaust: The Poles Under German Occupation 1939-1944, (2001, c1996)
  • Deborah Dwork. Robert Jan Van Pelt, Auschwitz: 1270 to the Present (1996)
  • Deborah Dwork and Jan Van Pelt. Holocaust: A History (2002)
  • Saul Friedländer. Nazi Germany and the Jews : Volume 1: The Years of Persecution 1933-1939 (1998); Volume 2: Nazi Germany and the Jews 1939-1945: The Years of Extermination. HarperCollins, 2007.
  • Henry Friedlander. The Origins of Nazi Genocide: From Euthanasia to the Final Solution (1997, c1995)
  • Martin Gilbert. Auschwitz and the Allies (1983, c198l)
  • Martin Gilbert. The Holocaust: A History of the Jews of Europe during the Second World War (New York, 1985) ISBN 0-8050-0348-7
  • Martin Gilbert. The Routledge Atlas of the Holocaust, Routledge, New York, 2002. ISBN 0-415-28145-8
  • Yisrael Gutman and Michael Berenbaum, eds. Anatomy of the Auschwitz death camp (1994) ISBN 0-253-32684-2
  • Raul Hilberg. The Destruction of the European Jews, vol. 1-3 (2003, c1961)
  • Raul Hilberg. Perpetrators, Victims, Bystanders: The Jewish Catastrophe 1933-1945, (1992)
  • The Holocaust Chronicle, (2001)
  • Mark Klempner. The Heart Has Reasons: Holocaust Rescuers and Their Stories of Courage (The Pilgrim Press, 2006) ISBN 0-8298-1699-2
  • Clarence Lusane. Hitler's Black Victims: The Historical Experience of Afro-Germans, European Blacks, Africans and African Americans in the Nazi Era (2002)
  • Detlev Peukert “The Genesis of the `Final Solution’ from the Spirit of Science” pages 234-252 from Reevaluating the Third Reich edited by Thomas Childers and Jane Caplan, New York: Holmes & Meier, 1994 ISBN 0-8419-1178-9.
  • Radu Ioanid. The Holocaust in Romania: The Destruction of Jews and Gypsies Under the Antonescu Regime, 1940-1944 (2001)
  • Seymour Rossel. The Holocaust: The World and the Jews, 1933-1945 (1992).
  • Karl A. Schleunes. The Twisted Road to Auschwitz: Nazi Policy Toward German Jews, 1933-1939 (1990, c1970)
  • United States Holocaust Memorial Museum, Historical Atlas of the Holocaust, Macmillan Publishing (1996)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อนุสรณ์อย่างเป็นทางการ[แก้]

กลุ่มชาติที่ได้รับผลกระทบจากการล้างชาติ[แก้]

การศึกษาการล้างชาติโดยนาซี[แก้]

ข้อมูลของเหยื่อและฐานข้อมูล[แก้]

เอกสารและหลักฐาน[แก้]

หัวข้ออื่น[แก้]