การลงประชามติแยกซูดานใต้เป็นเอกราช พ.ศ. 2554
การลงประชามติแยกซูดานใต้เป็นเอกราช พ.ศ. 2554 เกิดขึ้นในซูดานใต้ เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554 เพื่อแสวงหามติมหาชนว่า ซูดานใต้ยังควรเป็นส่วนหนึ่งของประเทศซูดานหรือไม่[1][2] โดยสืบเนื่องมาจากความตกลงสันติภาพเบ็ดเสร็จระหว่างรัฐบาลกลางคาร์ทูม และกองทัพปลดปล่อยประชาชนซูดาน (SPLA/M)
เนื้อหา |
[แก้] เบื้องหลัง
สิ่งที่ต้องมีก่อนการลงประชามติดังกล่าวรวมไปถึงการทำสำมะโนประชากร ซึ่งจะเป็นการกำหนดว่าการจัดสรรความมั่งคั่งและอำนาจทางการเมืองระหว่างภูมิภาคจะเป็นอย่างไร ด้วยเหตุนี้ การทำสำมะโนประชากรจะเป็นพื้นฐานของกระบวนการลงทะเบียนเลือกตั้ง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้การเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ. 2553 เกิดขึ้นได้ และเป็นการเตรียมการสำหรับการลงประชามติดังกล่าวด้วย ใน พ.ศ. 2551 การทำสำมะโนประชากรถูกเลื่อนเวลาออกไปถึงสามครั้ง ปัญหาที่พบรวมไปถึงความไม่ลงรอยระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ว่าข้อตกลงไนวาชาบังคับอย่างไร ซึ่งเป็นเหตุของความยากลำบากและความท้าทายด้านการขนส่งอย่างใหญ่หลวง ทางตอนใต้ สนามทุ่นระเบิดที่ยังหลงเหลือจากสงครามซึ่งไม่มีการทำแผนที่นั้น ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่ชาวซูดานมากถึงห้าล้านคนเป็นพวกเร่ร่อน ชาวซูดานที่ถูกบังคับให้ออกจากที่อยู่ภายใต้ประเทศจากทางตอนใต้ยังคังหลงเหลืออยู่ในค่ายรอบกรุงคาร์ทูมมากถึงสองล้านคน ทางตอนกลางของประเทศ ในขณะที่ผู้ลี้ภัยบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในยูกันดาและเคนยา ความยุ่งยากยังมีขึ้นในความขัดแย้งในดาร์ฟูร์ ทางตะวันตก ที่ซึ่งพลเรือนที่หนีการโจมตีมาปฏิเสธที่จะมีส่วนในการทำสำมะโนประชากร ด้วยเกรงว่ารัฐบาลจะใช้ผลการสำรวจมาสร้างความเดือดร้อนแก่พวกเขา กลุ่มกบฏดาร์ฟูร์เต็มใจที่จะบอกเลิกการทำสำมะโนประชากรที่มีการเตรียมการไว้แล้ว ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมและความเสมอภาคได้ขู่ว่าจะโจมตีผู้ที่ไปใช้สิทธิ์ลงประชามติ[3]
นอกจากนี้ ยังมีความไม่ลงรอยระหว่างพรรคคองเกรสแห่งชาติ (NCP) และ SPLA/M ในประเด็นที่ว่าสัดส่วนของประชากรมากเท่าใดจึงจะนับว่าเพียงพอต่อการแยกตัวเป็นเอกราช (NCP ต้องการให้ผู้มีสิทธิ์อย่างน้อย 75% ลงประชามติยอมรับ) ตลอดจนประเด็นที่ว่าชาวซูดานใต้ที่อยู่ทางเหนือของประเทศควรจะได้รับอนุญาตให้ลงประชามติหรือไม่ และกระบวนการแยกประเทศภายหลังการลงประชามติ ตลอดจนการแบ่งหนี้สาธารณะ[4] ได้มีกระบวนการอย่างเรียบร้อยเมื่อต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2553 แต่ความไม่ลงรอยกันในประเด็นสำคัญยังคงมีอยู่[5]
เดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 รัฐบาลกลางซูดานและรัฐบาลซูดานใต้ตกลงว่า ผลการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างน้อย 60% จากผู้มีสิทธิ์อย่างน้อย 3.8 ล้านคน จึงจะทำให้การลงประชามติดังกล่าวเป็นผลสมบูรณ์ หากผู้ลงประชามติเสียงข้างมากยอมรับการแยกตัวเป็นเอกราช แต่ไม่ถึง 60% ซูดานใต้ก็จะแยกตัวออกเป็นดินแดนปกครองตนเอง[6][7] ซึ่งเป็นเงื่อนไขของความตกลงสันติภาพเบ็ดเสร็จด้วยเช่นกัน[8]
วันที่มีการเสนอให้จัดการลงประชามติดังกล่าว คือ 9 มกราคม พ.ศ. 2554 หากผู้มาลงประชามติไม่เพียงพอในการลงประชามติในครั้งแรก การลงประชามติครั้งที่สองจะถูกจัดขึ้นภายในหกสิบวัน[9]
[แก้] การลงประชามติ
การลงประชามติเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554 สามวันหลังจากนั้น ตัวแทนของ SPLA/M ประกาศว่า ตามการประมาณการของพวกเขา จำนวนผู้ที่ลงประชามติเห็นควรแยกซูดานใต้เป็นเอกราช ได้ถึงระดับที่ทำให้ผลการลงประชามติมีผลแล้ว กล่าวคือ มากกว่าขั้นต่ำที่ร้อยละ 60 (จากจำนวนผู้มีสิทธิ์กว่า 2.3 ล้านคน) ได้มีการออกมายืนยันอย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน เมื่อคณะกรรมการการลงประชามติได้ออกแถลงการณ์ซึ่งประกาศว่าผลการลงประชามติจะ "เกิน" ขั้นต่ำที่ต้องการมากกว่าร้อยละ 60 แล้ว[10] จิมมี คาร์เตอร์ แสดงความเชื่อของตนออกมาเมื่อวันที่ 13 มกราคมว่า การลงประชามติดังกล่าวค่อนข้างที่จะเป็นไปตามมาตรฐานสากลสำหรับทั้งการจัดการลงคะแนนเสียงและอิสรภาพของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน[11] สหประชาชาติ รายงานว่า ผลขั้นต้นคาดว่าจะมีภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และผลขั้นสุดท้ายคาดว่าจะมีขึ้นภายในอีกสองสัปดาห์หลังจากนั้น[10][12]
ตามผลการนับคะแนนเสียงขั้นต้นโดยแอสโซซิแอดเพรส ซึ่งประกอบด้วยหีบใส่บัตรลงคะแนน 30,000 หีบ ใน 10 เขตเลือกตั้ง ตัวอย่าง 95% มี 96% ที่เห็นด้วยกับการแยกตัวเป็นอิสระ 3% ยอมรับความเป็นเอกภาพ[13] และที่เหลือเป็นบัตรเสีย นายโมฮัมเหม็ด คาลิล อิบราฮิม ประธานคณะกรรมการลงประชามติ กล่าวว่า กว่าร้อยละ 83 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทางใต้และร้อยละ 53 ทางตอนเหนือได้ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง[14] คณะกรรมการลงประชามติซูดานใต้ยืนยันการมีผลของคะแนนเสียงแล้ว แม้ว่าขณะนั้น การนับผลการลงประชามติจะยังทำไม่เสร็จสิ้นก็ตาม[15]
เมื่อการนับผลการลงประชามติเสร็จสิ้น ซูดานได้ให้ปฏิญาณว่าจะยอมรับผล[16]
| ผลการออกเสียง:[17] | ||
| บัตรที่นับเป็นคะแนน | 3,837,406 | 99.62% |
| บัตรเสีย/คืนบัตร | 14,588 | 0.38% |
| รวม | 3,851,994 | |
| การเห็นชอบและไม่เห็นชอบ: | ||
| เห็นชอบ | 3,792,518 | 98.83% |
| ไม่เห็นชอบ | 44,888 | 1.17% |
| รวม | 3,837,406 | |
[แก้] ชื่อประเทศใหม่
ชื่อใหม่สำหรับประเทศที่ได้รับเอกราชนั้นยังคงอยู่ในระหว่างการเสนอแนะ โดยชื่อซูดานใต้นั้นได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากมันยังไม่แตกต่างจากประเทศซูดาน[18] มีชื่อได้รับการเสนอมากกว่า 12 ชื่อ ตัวอย่างเช่น สาธารณรัฐไนล์ สาธารณรัฐคุช และอซาเนีย[19]
[แก้] อ้างอิง
- ^ "Sudan's Referendum Commission says southern Sudan referendum on Jan. 9", People's Daily Online, 2010-10-21. สืบค้นวันที่ 2011-01-05
- ^ Road to 2011 referendum is full of obstacles – South Sudan's Kiir Sudan Tribune, 12 July 2007
- ^ Henshaw, Amber, "Sudanese stand up to be counted", BBC News, 21 April 2008
- ^ "Sudan’s NCP & SPLM fail to agree on census, referendum law - Sudan Tribune: Plural news and views on Sudan". Sudan Tribune. 2009-08-20. http://www.sudantribune.com/spip.php?article32187. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-05.
- ^ "Sudan partners make modest progress on referendum talks - Sudan Tribune: Plural news and views on Sudan". Sudan Tribune. 2009-09-03. http://www.sudantribune.com/spip.php?article32327. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-05.
- ^ "Sudan referendum law endorsed in cabinet, 51% ‘Yes’ vote & 60% turnout required", Sudan Tribune, 2009-02-14.
- ^ "Terms for Sudan referendum agreed", BBC News, 2009-10-16.
- ^ Bashir warns of unstable south - Africa - Al Jazeera English
- ^ "Talks on South Sudan referendum progress in Khartoum - Sudan Tribune: Plural news and views on Sudan". Sudan Tribune. 2009-10-21. http://www.sudantribune.com/spip.php?article32852. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-05.
- ^ 10.0 10.1 "Official: South Sudan Voter Turnout to Reach 60 Percent Threshold", 2011-01-12. สืบค้นวันที่ 2011-01-13
- ^ "Carter: South Sudan Vote Will Meet International Standards", 2011-01-13. สืบค้นวันที่ 2011-01-13
- ^ "Turnout in Southern Sudan vote passes 60 percent - Yahoo! News". News.yahoo.com. 2011-01-12. http://news.yahoo.com/s/ap/20110112/ap_on_re_af/af_southern_sudan_referendum. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-16.
- ^ Post Store. "S.Sudan early returns show big vote for secession". Washingtonpost.com. http://www.washingtonpost.com/wp-dyn/content/article/2011/01/16/AR2011011600831.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-16.
- ^ "Sudan vote trend points at split - Africa". Al Jazeera English. http://english.aljazeera.net/news/africa/2011/01/2011116101436101586.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-16.
- ^ "Al-ManarTV:: US Vice President Lands in Afghanistan in Surprise Visit 10/01/2011". Almanar.com.lb. 2011-01-26. http://www.almanar.com.lb/newssite/NewsDetails.aspx?id=169520&language=en. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-31.
- ^ "Al-ManarTV:: South Sudan Referendum Wraps up, Khartoum Vows to Recognize Results 15/01/2011". Almanar.com.lb. 2011-01-15. http://www.almanar.com.lb/newssite/NewsDetails.aspx?id=170242&language=en. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-31.
- ^ "Results for the Referendum of Southern Sudan". Southern Sudan Referendum Commission and Southern Sudan Referendum Bureau. 2011-01-30. http://southernsudan2011.com/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-30.
- ^ "Southern Sudanese debate new name - Africa". Al Jazeera English. 2011-01-23. http://english.aljazeera.net/video/africa/2011/01/2011123125023126139.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-01-31.
- ^ http://www.nytimes.com/2011/01/24/world/africa/24sudan.html?_r=1 Retrieved 2011-1-31