การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ร้อยละของผู้เห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญ แบ่งตามจังหวัด

การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ช่วงเวลา 8.00 น.ถึง 16.00 น. โดยใช้วิธีกากบาทลงบัตรเหมือนการเลือกตั้ง ในกรณีที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับแล้ว ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และเมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาและใช้บังคับได้

ในกรณีที่เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบให้ใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สภาร่างรัฐธรรมนูญจะสิ้นสุดลง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติจะประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้เคยประกาศใช้บังคับมาแล้วฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันออกเสียงประชามติ และนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญต่อไป

ได้มีการกล่าวไว้ว่าถ้าประชาชนส่วนมากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การเลือกตั้งครั้งต่อไปยังคงมีอยู่ภายในปี 2550 โดยจะมีการนำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 บางส่วนมาดัดแปลงแก้ไข[1] อย่างไรก็ตาม พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีกลาโหม ได้ระบุว่า "การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างรัฐธรรมนูญได้รับประชามติ ถ้าหากว่าไม่รับแล้วก็จะเป็นปัญหาที่วุ่นวายต่อเนื่องไม่จบง่าย ๆ ฉะนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ"[2][3]

การห้ามการรณรงค์ "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญ[แก้]

ธงไชย แมคอินไตย์ไปลงประชามติที่ซอยสุขุมวิท 101
ศกลรัตน์ วรอุไรไปลงประชามติที่แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
มาสคอต "มนุษย์ไฟเขียว" สนับสนุนการรับร่างรัฐธรรมนูญ
โฆษณาของสสร.ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ
โฆษณาที่เว็บไซต์กระปุกดอตคอม ให้ปฏิเสธการรับร่างรัฐธรรมนูญ
ไทยแวร์ดอตคอม ร่วมรณรงค์ด้วยการเปลี่ยนโลโก้เว็บไซต์

ต้นเดือน กรกฎาคม 2550 สังศิต พิริยะรังสรรค์ หนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่าร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นไปได้ว่าจะห้ามการรณรงค์ "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี[4]

การห้ามดังกล่าวถูกต่อต้านจาก องค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ Asian Human Rights Commission (AHRC) โดย AHRC ได้กล่าวว่า "กฎหมายดังกล่าวมีจุดประสงค์อย่างชัดเจนที่จะ ข่มขู่และปิดปากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของรัฐบาล ถึงจะถูกดัดแปลงแก้ไขให้สามารถรณรงค์ แบบกล่าวแต่เพียงข้อเท็จจริงก็ตาม"[3]

ในเดือน กรกฎาคม 2550 กลุ่มตำรวจได้ยึดโปสเตอร์ที่มีข้อความระบุว่า "โหวตล้มร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ผิดกฎหมาย" ซึ่งครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ยอมรับว่าเป็นเจ้าของ[5] อย่างไรก็ตาม พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า เมื่อทหารพบโปสเตอร์ดังกล่าวจึงนำไปแจ้งให้ตำรวจทราบ และเมื่อตำรวจสอบถามว่าใครเป็นเจ้าของก็ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของแต่อย่างใด ดังนั้น จึงได้นำเอกสารไปตรวจสอบว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เมื่อไม่พบว่าผิดข้อกฎหมายใดก็พร้อมที่จะคืนเอกสารให้ ถ้ามีคนมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ[6]

นอกจากนี้ พระราชบัญญัติว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ[7]ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2550 ได้ระบุว่าความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี สำหรับผู้ที่กระทำการดังนี้

  • ก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
  • ให้ เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่น อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจะจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง ออกเสียง อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง
  • หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคาม เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง หรือเพื่อให้สำคัญผิดในวัน เวลา ที่ออกเสียง หรือวิธีการลงคะแนนออกเสียง
  • เปิด ทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ ทำให้สูญหาย ทำให้ไร้ประโยชน์ นำไป หรือขัดขวางการส่งซึ่งหีบบัตรออกเสียงหรือบัตรออกเสียง เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย

พลเรือเอกธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งให้กรมการขนส่งทางบกไปตรวจสอบรายละเอียดด้านกฎหมายว่าผู้ขับรถแท็กซี่ติดสติกเกอร์รณรงค์ "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญบนรถแท็กซี่ สามารถทำได้หรือไม่ ขณะที่นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าวว่าการติดสติกเกอร์โฆษณาต่าง ๆ บนรถแท็กซี่ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติโฆษณา เนื่องจากกฎหมายห้ามไม่ให้รถแท็กซี่ติดโฆษณาใด ๆ ยกเว้นมีความจำเป็นกรณีพิเศษก็สามารถทำได้ แต่ต้องทำเรื่องขอไปที่กรมการขนส่งทางบกก่อน[8][9]

การบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ[แก้]

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากแทบทุกภาคว่ามีการแจกใบปลิวเนื้อหาบิดเบือนรัฐธรรมนูญ [10] โดยมีเนื้อหาเหมือนกันจึงมองได้ว่าใบปลิวออกมาจากแหล่งเดียวกัน จากการวินิจฉัยแล้วน่าจะเป็นคนมีเงินที่มีข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของประชาชนถึงขนาดส่งจดหมายกระจายได้ทั่วประเทศเช่นนี้ ด้านนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวระหว่างเสวนาเรื่อง "คว่ำ-ไม่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ประเทศชาติรอดไม่รอด" ตอนหนึ่งว่าได้มีการส่งจดหมายไปยังสถานที่ต่าง ๆ โดยมีเนื้อหาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เล่าว่ามีการปล่อยข่าวว่าถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการเห็นชอบ ประธานองคมนตรีจะได้รับการยกฐานะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างกระแสว่า ถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ บัตร 30 บาทรักษาทุกโรคเดิม จะถูกยกเลิก โดย นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ออกมายืนยันว่า ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการลงประชามติหรือไม่ ประชาชนที่ถือบัตรทองโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็ยังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ระบุไว้ในบัตรได้ตามปกติ[11]

การซื้อเสียง[แก้]

มีการกล่าวหาว่าอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ได้ทำการซื้อเสียงเพื่อให้ผู้ที่มีสิทธิออกเสียงในประชามติ เลือก "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญ จากทั้งพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี [8] รองศาสตราจารย์ ดร. ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี[12] นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ[13] และนายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์[14] อย่างไรก็ตาม คำกล่าวข้างต้นไม่ได้มีการนำหลักฐานมารองรับการกล่าวหา และไม่ได้แจ้งความผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียง

ด้านนายประพันธ์ นัยโกวิท คณะกรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการเลือกตั้ง ได้เปิดเผยข้อมูลว่า มีเรื่องร้องเรียนมายัง กกต. แล้วทั้งสิ้น 155 เรื่อง โดยเป็นเรื่องแจกเงิน มากที่สุด ตามมาด้วยการแจกใบปลิวบิดเบือน และแจกเสื้อ ตามลำดับ[15] นอกจากนี้ พล.ต.อ.วิเชียร์ พจน์โพธิ์ศรี ในฐานะประธานอนุกรรมการรักษาความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบการกระทำผิดที่มีการดำเนินคดีแล้ว 17 คดี โดย 15 คดี เป็นการแจกใปปลิวบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญและอีก 2 คดีเป็นการซื้อเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กกต. ยังได้ลงนามหนังสือถึง กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้แจ้งความดำเนินคดีต่อ นายโสภณ ซารัมย์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย กลุ่มนายเนวิน ชิดชอบ ในข้อหาแจกเงินหัวละ 200 บาท เพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่จังหวัดบุรีรัมย์ด้วย[16]

ผลการออกเสียงประชามติ[แก้]

ผลการออกเสียงประชามติ

ผลการออกเสียงตามรายงานผลอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2550[17]

ผลการออกเสียง:
จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 25,978,954[18] 57.61%
จำนวนผู้ไม่มาใช้สิทธิ 19,114,001 42.39%
ผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 45,092,955
การลงคะแนน:
บัตรที่นับเป็นคะแนน 25,474,747[18] 98.06%
บัตรเสีย/คืนบัตร 504,207[18] 1.94%
รวม 25,978,954
การเห็นชอบและไม่เห็นชอบ:
เห็นชอบ 14,727,306[18] 57.81%
ไม่เห็นชอบ 10,747,441[18] 42.19%
รวม 25,474,747

อ้างอิง[แก้]

  1. Sonthi says CNS to use 1997 charter if new draft shot down ข่าวจากเนชัน
  2. ไทยโพสต์, 10นาที ลงมติรับ'รธน.'ฝักถั่วเห็นชอบ/กกต.ซัด'กฤษฎีกา'ปลูกหนวดกม.ประชามติ, 10 กรกฎาคม 2550
  3. 3.0 3.1 Asia Sentinel, Thailand on Spin Cycle, 11 July 2007
  4. The Nation, [1], 6 July 2007
  5. สำนักข่าวเนชั่น, ครูประทีปแจ้งความเพิ่มกลุ่มทหารยึดโปสเตอร์, 30 กรกฎาคม 2550
  6. จี้ "บิ๊กแอ้ด" สอบจับ 9นปก. : คมช.ชี้ "ครูประทีป" เข้าใจผิด
  7. พระราชบัญญัติว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
  8. 8.0 8.1 Bangkok Post, A lack of free and open debate, 15 August 2007
  9. กรุงเทพธุรกิจ, "ธีระ"เล็งฟันแท็กซี่ติดสติ๊กเกอร์ไม่รับรธน., 10 สิงหาคม 2550
  10. มติชน, "สมคิด"แฉเล่นเกม"ป้ายสี" ปธ.องคมนตรี รธน.ผ่านได้"สำเร็จราชการ", 18 สิงหาคม 2550
  11. ผู้จัดการออนไลน์, สปสช.ยันบัตร 30 บาท ใช้ได้ตามปกติ แม้ร่าง รธน.จะผ่านหรือไม่, 19 สิงหาคม 2550
  12. Bangkok Post, [2], 14 August 2007
  13. Bangkok Post, [3], 14 August 2007
  14. Bangkok Post, Democrats:Corruption rife in northeast
  15. ผู้จัดการออนไลน์, ร้องเรียนแจกเงิน-ใบปลิวแล้ว 155 เรื่อง ล่าสุดฉีกบัตรที่อยุธยา, 19 สิงหาคม 2550
  16. ผู้จัดการออนไลน์,สั่ง กกต.บุรีรัมย์แจ้งจับเด็ก “ยี้ห้อย” จ้างล้ม รธน., 19 สิงหาคม 2550
  17. สถิติการใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ 19 ส.ค. 2550 จำแนกตามรายภาค
  18. 18.0 18.1 18.2 18.3 18.4 ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรื่อง ผลการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. สืบค้นเมื่อ 30-12-2552.