การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของบารัก โอบามา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พิธีสาบานเป็นประธานาธิบดีของบารัก โอบามา

บารัก โอบามา เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหลังจากเข้าพิธีสาบานตนเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2009 เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 44 และเป็นคนปัจจุบัน ในอดีตโอบามาเคยเป็นวุฒิสมาชิกรัฐอิลลินอยส์ และเขาเอาชนะวุฒิสมาชิกรัฐแอริโซนาจอห์น แมคเคน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2008

เนื้อหา

[แก้] ช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโอบามาเริ่มต้นขึ้น หลังจากที่โอบามาได้ชัยชนะในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 โครงการโอบามา-ไบเดินได้ร่วมมือกับ จอห์น โปรเดสตา, วาเลลีย์ จาร์เร็ตต์ และ พีท เราส์ ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ โอบามาประกาศเป็นตัวแทนที่จะเข้าไปเป็นคณะรัฐมนตรี ในการบริหารชาติบ้านเมือง ในระยะเวลาหลังจกาวันที่ 4 พฤศจิกายนไม่นาน เขาเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐอิลลินอยส์ ราห์ม เอมมานูเอลเป็นหัวหน้าคณะทำเนียบขาว[1]

การเตรียมการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้รวมไปถึงฮิลลารี คลินตันด้วย ผู้ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งของโอบามาภายในพรรคเดโมแครต ให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และบิล ริชาร์ดสัน เป็นรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์[2] ในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2008 โอบามาไปทาบทามให้โรเบิร์ต เกตเป็นรัฐมนตรีกรทรวงกลาโหมต่อไป ถึงจะอยู่พรรครีพับลิกันก็ตาม[3] โอบามามีแผนจะบรรจุตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติเข้ามาอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ด้านความสัมพันธ์กับประเทศแอฟริกาซูซาน ไรส์ก็เข้ามาร่วมตำแหน่งอีกเหมือนกัน ตอนที่กำลังเกิดเหตุการวิกฤตการเงินโลกในปี 2008-2009 นั้นโอบามาเสนอชื่อ ทิโมธี เอฟ. จีอีทเทอร์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง[4]

ระหว่างนี้ โอบามาได้ปรับปรุงเว็ปไซต์ Change.gov ขึ้นใหม่ ภายในเว็ปจะมีบล็อกที่โอบามาเขียนลงแล้วให้คนทั่วไปได้อ่าน และอัปโหลดวีดีโอแถลงการณ์ต่างๆ ของรัฐมนตรีแต่ละคน[5]

[แก้] พิธีสาบานตน

บารัก โอบามาเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2009 เวลาเที่ยงคืนตามเวลาของประเทศไทย[6] หลังจากทำพิธีสาบานตนเสร็จ จึงกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าพี่น้องประชาชนเรือนล้าน เมื่อกล่าวเสร็จแล้วเดินเข้าห้องทำงานของประธานาธิบดี ในตึกยูเอสแคปิตอลเพื่อลงนามในเอกสาร 3 ฉบับคือ อนุสรณ์ของคำแถลงการณ์, รายชื่อการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และรายชื่อการแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรี ก่อนที่จะไปรับประทานอาหารมื่อเที่ยงในรัฐสภาและหัวหน้าฝ่ายบริการ และเชิญแขกมาร่วมรับประทานอาหารนั้น[7] ได้มีการจัดงานอนุสรณ์วันคล้ายวันเกิดของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น โอบามาได้ใช้มือวางบนคัมภีร์ไบเบิลเล่มเดี่ยวกับลินคอล์น ในการทำพิธีสาบานตนในครั้งนี้[8]

ในการทำพิธีสาบานตนครั้งนี้ หัวหน้าผู้พิพากษาจอห์น จี. โรเบิร์ตอ่านคำสาบานผิด จากคำว่า President of the United States" เป็น "President to the United States" ทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไปจากเดิม เลยต้องทำพิธีสาบานกันใหม่ภายในตึกทำเนียบขาว[9] ในวันที่ 21 มกราคม โรเบิรฺ์ตทำพิธีซ้ำอีกรอบในห้อง Map Room ภายในทำเนียบขาว โอบามานับว่าเป็นประธานาธิบดีคนที่ 7ที่ได้ทำพิธีซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ที่ปรึกษาทำเนียบขาว เกรก เคร็ก กล่าวถึงการทำพิธีซ้ำอีกครั้งว่า "พิธีเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ"[10] การสาบานตนครั้งที่ 2 นี้โอบามาไม้ได้วางมือไว้บนคัมภีร์ไบเบิลเหมือนครั้งแรก[11] ซึ่งเหมือนกับประธานาธิบดีทีโอดอร์ รูสเวลต์ ที่ไม้ได้ใช้มือวางบนคัมภีร์ไบเบิล[12]

[แก้] 100 วันแรก

[แก้] ความคาดหวัง

ตั้งแต่แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก 100 วันแรกของการบริหารงานได้กำหนดวัตถุประสงค์ และประสิทธิภาพของคนที่จะมาเป็นประธานาธิบดี โอบามาจะบริหารงานครบ 100 วันในวันที่ 29 เมษายน ภายหลังจากการเลือกตั้งโอบามาให้สัมภาษณ์ทางนิตยาสาร 60 Minutes เขาบอกว่าเขาได้ศึกษานโยบาย 100 วันแรกของโรสเวลต์ แต่เขายังกล่าวอีกด้วยว่า "100 วันแรกจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่อาจเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็น 1,000 วันแรกที่จะสร้างความแตกต่าง"

อย่างไรก็ตาม 100 วันแรกของโอบามาได้คาดคะเนอย่างสูงตั้งแต่เขากลายเป็นตัวแทนข้อสันนิษฐาน ทางออกหลายๆข่าวได้สร้างงานเขียนที่ให้ครอบคลุมประเด็น นักวิเคราะห์ให้น้ำหนักในเรื่องของสิ่งที่ท้าทายและการจัดลำดับความสำคัญต่อนโยบายภายในประเทศ ต่างประเทศ เศรษฐกิจ และสิง่แวดล้อม ซีเอ็นเอ็นขึ้นบัญชีจำนวนของนโยบายเศรษฐกิจว่า "โอบามาและทีมงานของเขาจะต้องดำเนินการภายใน 100 วันแรกที่พวกเขาเข้ามาทำงาน" แรกสุดท่ามกลางสิ่งที่ผ่านและทำให้เป็นผลสำเร็จในเพ็กเกจฟื้นฟู ที่จะจัดการกับวิกฤ๖เศรษฐกิจ คลิฟ สแตฟฟอร์ด สมิธ นักกฎหมายสิทธิมนุษยชนชาวอังกฤษได้แสดงความหวังว่า ประธานาธิบดีคนใหม่จะปิดเรือนจำกวนตานาโมใน 100 วันแรก หลังจกาผู้ช่วยของประธานาธิบดีประกาสว่าความตั้งใจของเขานั้นจะให้คำกล่าวสุนทรพจน์นโยบายต่างประเทศอย่างยิ่งใหญ่ ในเมืองหลวงของประเทศอิสลาม มีการคาดเดาในจากาตาร์ว่านโยบายของโอบามาอาจย้อนกลับไปยังเมืองที่เคยอยู่อาศัยภายใน 100 วันแรก

เดอะนิวยอร์กไทม์ทุ่มเทในการเขียนเรื่องราว 5 ส่วนซึ่งถูกอ่านอย่างกว้างขวางเกินกว่า 2 สัปดาห์ โดยวิเคราะห์นโยบาย 100 วันแรกของโอบามา แต่ละวันนักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญด้านการเมืองถูกติดตามโดยเว็ปบล็อกที่มีการแก้ไขอย่างเสรีทีโพสต์โดยคนทั่วไป ผู้เขียนเปรียบเทียบความเป็นไปได้ของโอบามากับสถานการณ์ของแฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ ลินดอน บี. จอห์นสัน โรนัลด์ เรแกน และริชาร์ด นิกสัน

[แก้] การออกกฎหมายและคำสั่งของรัฐบาล

ภายในนาทีที่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม หัวหน้าคณะทำเนียบขาวของโอบามาราห์ม เอมมานูเอล สั่งให้เลื่อนการออกกฏหมายรัฐบาลกลางนาทีสุดท้ายที่ผลักดันโดยประธานาธฺบดีจอร์จ ดับเิบิลยู. บุช การวางแผนเพื่อทบทวนทุกสิ่งที่ยังคงค้างอยู่ เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ประธานาธิบดี เคยประกาศใช้กฏหมายที่ว่าด้วยการตรึงราคาเงินเดือนสำหรับคณะทำเนียบขาวอาวุโสกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี เช่นเดียวกับการประกาศแนวนโบายพิจารณาพวกที่มีอิธิพลต่อสมาชิกของรัฐสภา เพื่อประโยชน์ของตัวเองในสิ่งที่พยายามเพิ่มมาตรฐานทางจริยธรรมภายในทำเนียขาว เขาขอให้ยกเลิกความเป็นเจ้าของในข้อตกลงใหม่ของเขา การแต่งตั้ง วิลเลียม ลิน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม การนำในการวิจารณ์ของเรื่องของผู้หลอกลวง และความรุนแรงของการวางมัดจำของเขาให้กับรัฐบาลอย่างเปิดเผย

ในสัปดาห์แรกที่เขาเข้ามาทำงาน โอบามาลงนามในคำสั่งให้ยับยั้งระเบียบปฏิบัติที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมดของคณะกรรมการกองทัพกวนตานาโม และออกคำสั่งให้ปิดภายในปี 2009 เขาออกคำสั่งให้ซื้อสินค้าที่ Army Field Manuak ต้องการเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องจับเท็จผู้ก่อการร้าย การห้ามไม่ให้มีการทรมานและเทคนิคการข่มขู่ที่ละเมิดกฎหมาย เช่น waterboarding โอบามาลงนามในคำสั่งโดยให้อำนาจมอบหมายงานที่มีจริยธรรมโดยสาชาการบริหารส่วนบุคคล การตั้งขีดจำกัดอย่างเคร่งครัดในเรื่องของสาขาการบริหารของนายจ้าง และการตั้งข้อกำหนดอย่างปลอดภัยในเรื่องของการล็อบบี้ในทำเนียบขาว โอบามาลงนามเกี่ยวกับความเป็นอิสระของพลังงานในบันทึกสรุปของประธานาธิบดี ซึ่งสั่งการให้กรมขนส่งตั้งมาตรฐานประสิทธิภาพเชื้อเพลิงให้สูงขึ้นก่อนที่จะมีแบบจำลองในปี 2011 และประกาศใช้ต่อมาและอนุมัติให้แต่ละมลรัฐเพิ่มมาตรฐานให้สูงขึ้นกว่ามาตรฐานของประเทศ โอบามายุตินโยบายเม็กซิโกซิตี้ ที่ห้ามไม่ให้กองทุนระหว่างประเทศเตรียมที่จะยุติบริการหรือให้คำแนะนำ

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Jeff Zeleny and Peter Baker. "Rahm Emanuel Accepts Post as White House Chief of Staff", 'The New York Times', November 6, 2008. สืบค้นวันที่ December 6, 2008
  2. ^ change.gov (November 24, 2008). "Geithner, Summers among key economic team members announced today" (Press release). Newsroom. Office of the President-elect. http://change.gov/newsroom/entry/geithner_summers_among_key_economic_team_members_announced_today/. เรียกข้อมูลเมื่อ December 6, 2008. 
  3. ^ Baker, Peter. "Defense Secretary Said to Be Staying On", 'The New York Times', November 25, 2008. สืบค้นวันที่ December 6, 2008
  4. ^ Baker, Peter. "Obama’s Choice for U.N. Is Advocate of Strong Action Against Mass Killings" (Article), U.S. Politics, 'The New York Times', November 30, 2008. สืบค้นวันที่ December 6, 2008
  5. ^ Change.gov. "Official Obama-Biden Transition Website". Office of the President-elect. http://change.gov/content/home. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-01-26. 
  6. ^ United States Constitution. "20th Amendment to the United States Constitution". http://www.law.cornell.edu/constitution/constitution.amendmentxx.html. เรียกข้อมูลเมื่อ January 21, 2009. 
  7. ^ CNN Political Ticker (January 20, 2009). "Obama Signs First Presidential Proclamation". http://politicalticker.blogs.cnn.com/2009/01/20/obama-signs-first-presidential-proclamation/. เรียกข้อมูลเมื่อ January 20, 2009. 
  8. ^ Kelley, Matt. "Obama to be sworn in on 'Lincoln Bible'" (Article), 'USA Today', 2009-01-19. สืบค้นวันที่ 2009-01-26
  9. ^ "Chief justice fumbles oath". Washington Times. 2009-01-20. http://www.washingtontimes.com/news/2009/jan/20/obama-roberts-fumble-oath/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-01-25. 
  10. ^ Obama takes presidential oath again after stumble (Yahoo)
  11. ^ Barack Obama sworn in again: Taking the Presidential oath - a second time!
  12. ^ "The Oath of Office". USInfo.State.gov. 2008-12-23. http://www.america.gov/st/usg-english/2008/December/20081223094506hmnietsua0.8240321.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-02-02. 
เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น