กาย ฟอคส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กาย ฟอคส์
กาย ฟอคส์
ภาพวาดกาย ฟอคส์ของจอร์จ ครุกแชงค์ ตีพิมพ์ในนวนิยายปี 1840 โดย วิลเลียม แฮร์ริสัน ไอนส์เวิร์ธ
เกิด 13 เมษายน 1570 (สันนิษฐาน)
ยอร์ก ประเทศอังกฤษ
เสียชีวิต 31 มกราคม 1606
เวสต์มินสเตอร์ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
สาเหตุการเสียชีวิต
ถูกแขวนคอ
สัญชาติ อังกฤษ
ชื่ออื่น กุยโด ฟอคส์, จอห์น จอห์นสัน
การศึกษา โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ยอร์ก
อาชีพ ทหาร; อัลเฟเรซ
ปีที่มีบทบาท 1591–1603
รู้จักในสถานะ กบฏผู้มีส่วนในแผนดินปืน
ศาสนา คริสต์
นิกาย แองกลิคัน เปลี่ยนเป็นคาทอลิก
ถูกกล่าวหา
กบฏต่อแผ่นดิน
รับโทษ
แขวนคอ ลากและแบ่งเป็นสี่
บิดามารดา เอ็ดเวิร์ด ฟอคส์, อีดิธ (สกุลเดิม เบลกหรือแจ็กสัน)

กาย ฟอคส์ (อังกฤษ: Guy Fawkes; 13 เมษายน 1570 – 31 มกราคม 1606) ที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า กุยโด ฟอคส์ อันเป็นชื่อที่เขาใช้ขณะสู้รบให้กับสเปนในกลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำ เป็นสมาชิกกลุ่มคาทอลิกอังกฤษแขวงผู้วางแผนแผนดินปืน (Gunpowder Plot) ที่ล้มเหลวในปี 1605

ฟอคส์เกิดและได้รับการศึกษาในยอร์ก บิดาเขาเสียชีวิตเมื่อฟอคส์อายุได้แปดขวบ จากนั้น มารดาเขาสมรสกับผู้นับถือนิกายคาทอลิกที่ไม่ยอมรับนิกายแองกลิคัน ภายหลังฟอคส์เปลี่ยนมานับถือคาทอลิกและเดินทางไปแผ่นดินใหญ่ยุโรป ที่ซึ่งเขาสู้รบในสงครามแปดสิบปี โดยอยู่ฝ่ายสเปนที่เป็นคาทอลิก และสู้รบกับฝ่ายดัตช์ที่เป็นโปรแตสแตนท์ เขาเดินทางไปยังสเปนเพื่อแสวงการสนับสนุนกบฏคาทอลิกในอังกฤษ แต่ไม่ประสบผล ภายหลังเขาพบกับโทมัส วินทัวร์ (Thomas Wintour) ซึ่งเดินทางกลับอังกฤษพร้อมกับเขาด้วย

วินทัวร์แนะนำฟอคส์ให้รู้จักกับโรเบิร์ต คาเทสบี (Robert Catesby) ผู้วางแผนลอบปลงพระชนม์พระเจ้าเจมส์ที่ 1 และฟื้นฟูพระมหากษัตริย์คาทอลิกสู่ราชบัลลังก์ ผู้ก่อการได้สัญญาเช่าห้องใต้ดินใต้สภาขุนนาง และฟอคส์ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบระเบิดดินปืนที่พวกเขาเก็บสะสมไว้ที่นั่น ทางการค้นหาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ในช่วงเช้ามืดวันที่ 5 พฤศจิกายน หลังได้รับใบรับจากจดหมายนิรนาม และพบฟอคส์กำลังเฝ้าระเบิดอยู่ อีกหลายวันต่อมา เขาถูกสอบสวนและทรมาน จนเขายอมเปิดเผยในที่สุด ทันทีก่อนการประหารชีวิตในวันที่ 31 มกราคม ฟอคส์กระโดดจากตะแลงแกงที่เขาจะถูกแขวนคอและทำคอตัวเองหัก

ฟอคส์กลายเป็นคำพ้องกับแผนระเบิดดินปืน ความล้มเหลวซึ่งมีการเฉลิมฉลองในอังกฤษตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 1605 ตามประเพณี อนุสรณ์ผู้ตายของเขาจะถูกเผาบนกองไฟ ซึ่งมักตามมาด้วยการแสดงดอกไม้ไฟ

แผนดินปืน[แก้]

ในปี 1604 ฟอคส์มาเกี่ยวข้องกับกลุ่มคาทอลิกอังกฤษขนาดเล็ก ซึ่งมีโรเบิร์ต คาเทสบีเป็นผู้นำ ซึ่งวางแผนลอบปลงพระชนม์พระเจ้าเจมส์ที่ 1 ซึ่งทรงถือโปรเตสแตนต์ แล้วยกพระธิดา คือ เจ้าหญิงเอลิซาเบธ ซึ่งอยู่ในลำดับสามของลำดับการสืบราชสันตติวงศ์[1][2] ออสวอลด์ เทสซิมอนด์ (Oswald Tesimond) นักบวชเยซูอิตและอดีตเพื่อนสมัยเรียน อธิบายฟอคส์ว่า "น่าเข้าหาและอาการร่าเริง คัดค้านการทะเลาะขัดแย้ง ... ภักดีต่อเพื่อนเขา" เทสซิมอนด์ยังอ้างว่าฟอคส์เป็น "ชายผู้มีทักษะสูงในด้านสงคราม" และว่า การผสมระหว่างความศรัทธาในศาสนาและความเป็นมืออาชีพนี้เองที่ทำให้ผู้คบคิดคนอื่นรักใคร่เขา[3] ผู้ประพันธ์ แอนโทเนีย เฟรเซอร์ (Antonia Fraser) อธิบายฟอคส์ว่า "ชายกำยำ มีผมสีน้ำตาลแดงหนา หนวดเฟิ้มในประเพณีสมัยนั้น และเคราน้ำตาลแดงดก" และเขาเป็น "คนทำเร็ว ... สามารถถกเถียงได้อย่างชาญฉลาด เช่นเดียวกับความอดทนทางกาย ซึ่งค่อนข้างน่าประหลาดใจสำหรับศัตรูของเขา"[4]

ห้าผู้คบคิดหลักประชุมกันครั้งแรกในวันที่ 20 พฤษภาคม 1604 ที่โรงแรมชื่อ ดั๊กแอนด์เดรก ในอำเภอสแตรนด์ (Strand district) ที่ทันสมัยของกรุงลอนดอน คาเทสบีได้เสนอในการประชุมก่อนหน้านี้กับโทมัส วินทัวร์และจอห์น ไรท์ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์และรัฐบาลของพระองค์โดยระเบิด "ทำเนียบรัฐสภาด้วยดินปืน" วินทัวร์ ซึ่งทีแรกคัดค้านแผนนี้ ถูกคาเทสบีเกลี้ยกล่อมให้เดินทางไปยังทวีปเพื่อแสวงความช่วยเหลือ วินทัวร์พบพลตำรวจแห่งคาสตีล, ฮิวจ์ โอเวน (Hugh Owen) สายลับชาวเวลส์ที่ถูกเนรเทศ, และเซอร์วิลเลียม สแตนลีย์ ซึ่งบอกว่าคาเทสบีจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสเปน ทว่า โอเวนแนะนำวินทัวร์ให้รู้จักฟอคส์ ซึ่งอยู่นอกประเทศอังกฤษหลายปี ฉะนั้นจึงแทบไม่เป็นที่รู้จักในประเทศ วินทัวร์และฟอคส์คล้ายกัน ทั้งคู่เป็นทหาร และมีประสบการณ์ตรงที่ชาวสเปนไม่เต็มใจช่วยเหลือ วินทัวร์บอกฟอคส์ถึงแผน "ทำบางอย่างในอังกฤษหากสันติภาพกับสเปนไม่ช่วยเรา" (doe some whatt in Ingland if the pece with Spaine healped us nott)[3] และฉะนั้น ในเดือนเมษายน 1604 ทั้งสองกลับประเทศอังกฤษ[5] ข่าวของวินทัวร์ไม่ทำให้คาเทสบีประหลาดใจ แม้มีเสียงทางบวกจากทางการสเปน เขาเกรงว่า "จะไม่ตอบสัญญา" (the deeds would nott answere)

โทมัส เพอร์ซี (Thomas Percy) ผู้คบคิดคนหนึ่ง ได้รับการเลื่อนตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 1604 ทำให้สามารถเข้าถึงบ้านหลังหนึ่งในกรุงลอนดอนซึ่งเป็นของจอห์น วินเนียร์ด (John Whynniard) ผู้รักษาตู้เสื้อผ้าของพระมหากษัตริย์ (Keeper of the King's Wardrobe) ฟอคส์รับตำแหน่งรักษาการ และเริ่มใช้นามแฝงจอห์น จอห์นสัน เป็นผู้รับใช้ของเพอร์ซี บันทึกการฟ้องคดีอาญาร่วมสมัย (มาจากคำสารภาพของโทมัส วินทัวร์)[6] อ้างว่า ผู้คบคิดพยายามขุดอุโมงค์จากใต้บ้านวินเนียร์ดไปยังรัฐสภา แต่รัฐบาลอาจปลอมเรื่องนี้ขึ้น เพราะการฟ้องคดีอาญานี้ไม่มีหลักฐานว่ามีอุโมงค์ดังกล่าวอยู่ และไม่พบร่องรอยอุโมงค์ที่ว่า ตัวฟอคส์เองไม่ยอมรับว่ามีแผนการดังกล่าวกระทั่งการสอบสวนครั้งที่ห้า แต่เมื่อถึงเวลานั้นเขาไม่พบอุโมงค์[7] ทว่า หากเรื่องนี้จริง ในเดือนธันวาคม 1604 ผู้คบคิดก็ง่วนขุดอุโมงค์จากบ้านเช่าไปยังสภาขุนนาง พวกเขาหยุดเมื่อระหว่างขุดอุโมงค์ได้ยินเสียงจากข้างบน ฟอคส์ถูกส่งไปสืบ และกลับมาพร้อมข่าวว่า ไม่ไกลนักภรรยาม่ายของผู้เช่ากำลังเก็บกวาดห้องใต้ดิน ซึ่งอยู่ใต้สภาขุนนางพอดี[3][8]

ผู้คบคิดเช่าห้องนั้น ซึ่งเป็นของจอห์น วินเนียร์ดเช่นกัน ห้องนั้นไม่ได้ใช้และโสโครก จึงเป็นที่ซ่อนในอุดมคติสำหรับเก็บดินปืนที่ผู้คบคิดวางแผนไว้ ตามที่ฟอคส์เปิดเผย ทีแรกมีการนำดินปืนมา 20 ถัง และอีก 16 ถังในวันที่ 20 กรกฎาคม[9] ทว่า โรคระบาดอยู่เนือง ๆ ทำให้การเปิดรัฐสภาเลื่อนไปเป็นวันที่ 5 พฤศจิกายน[10]

โพ้นทะเล[แก้]

ในความพยายามที่จะได้การสนับสนุนจากต่างประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 1605 ฟอคส์เดินทางข้ามทะเลและแจ้งแผนของผู้คบคิดแก่ฮิวจ์ โอเวน[11] ระหว่างการเดินทานี้ ชื่อของเขาไปอยู่ในแฟ้มของโรเบิร์ด เซซิล เอิร์ลซาบิสบูรีที่ 1 (Robert Cecil, 1st Earl of Salisbury) ผู้ทรงวางเครือข่ายสายลับทั่วทวีปยุโรป สายลับคนหนึ่ง ร้อยเอก วิลเลียม เทอร์เนอร์ อาจเป็นผู้รับผิดชอบ แม้สารสนเทศที่เขาให้ซาลิสบูรีโดยปกติไม่ค่อยได้ความนอกจากรูปแบบรายงานการบุกครองที่คลุมเครือ และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับแผนดินปืนเลย ในวันที่ 21 เมษายน เขาเล่าว่าฟอคส์ถูกเทซิมอนด์นำตัวไปยังประเทศอังกฤษได้อย่างไร ฟอคส์เป็นทหารรับจ้างชาวเฟลมิช (Flemish) และจะถูกแนะนำตัวต่อ "นายคาเทสบี" และ "มิตรผู้มีเกียรติของขุนนางและผู้จะเตรียมอาวุธและม้าคนอื่น"[12] ทว่า รายงานของเทอร์เนอร์ไม่ได้กล่าวถึงจอห์น จอห์นสันนามแฝงของฟอคส์ในประเทศอังกฤษ และข่าวนี้ไม่ถึงเซซิลกระทั่งย่างเข้าเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นเวลาหลังจากแผนถูกเปิดโปงแล้ว[3][13]

ไม่แน่ชัดว่าฟอคส์กลับประเทศอังกฤษเมื่อใด แต่เขากลับลอนดอนเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 1605 เมื่อเขาและวินทัวร์คนพบว่าดินปืนที่เก็บในห้องใต้ดินเสื่อมไปแล้ว มีการนำดินปืนเข้ามาในห้องเพิ่มเติม ร่วมกับไม้ฟืนเพื่ออำพราง[14] บทบาทสุดท้ายของฟอคส์ในแผนนี้ถูกตัดสินระหว่างการประชุมหลายครั้งในเดือนตุลาคม เขาจะเป็นผู้จุดชนวนแล้วหลบหนีข้ามแม่น้ำเทมส์ พร้อมกันนั้น การก่อการกำเริบในมิดแลนส์จะช่วยประกันการจับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ การปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์จะถูกปฏิเสธ และฉะนั้น ฟอคส์จะต้องมุ่งหน้าไปยังทวีป ซึ่งเขาจะอธิบายแก่ประเทศคาทอลิกถึงหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ของเขาในการปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์และข้าราชบริพารของพระองค์[15]

การเปิดโปง[แก้]

ผู้คบคิดจำนวนน้อยกังวลถึงผู้นับถือคาทอลิกที่อาจมารัฐสภาระหว่างการเปิด[16] ในเย็นวันที่ 26 ตุลาคม ลอร์ดมอนเทียเกล (Lord Monteagle) ได้รับจดหมายนิรนามเตือนให้เขาอยู่ห่าง ๆ และอาจมีการระเบิดรัฐสภา[17] แม้ผู้คบคิดจะทราบถึงจดหมายอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้รับใช้ของมอนเทียเกลคนหนึ่งเป็นผู้แจ้ง พวกเขาตัดสินใจดำเนินแผนการต่อไป เพราะปรากฏว่า "คิดชัดเจนว่าเป็นการหลอกลวง"[18] ฟอคส์ตรวจห้องใต้ดินเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม และรายงานว่าไม่มีสิ่งใดถูกรบกวน ทว่า มอนเทียเกลเกิดความสงสัย และจดหมายนี้ถูกนำกราบทูลต่อพระเจ้าเจมส์ พระมหากษัตริย์ทรงบัญชาให้เซอร์โทมัส นีเว็ต (Thomas Knyvet) ค้นหาห้องใต้ดินใต้รัฐสภา ซึ่งเขาดำเนินการในเช้าวันที่ 5 พฤศจิกายน ฟอคส์เริ่มประจำตำแหน่งสายเมื่อคืนก่อน[19] มีไม้ขีดไฟเผาไหม้ช้าและนาฬิกาข้อมือที่เพอร์ซีให้เขา[3] เขาถูกพบว่ากำลังออกจากห้องใต้ดินไม่นานหลังเที่ยงคืน และถูกจับกุม ในห้องนั้น ถังดินปืนถูกค้นพบใต้กองไม้ฟืนและถ่านหิน[20]

อ้างอิง[แก้]

  1. Northcote Parkinson 1976, p. 46
  2. Fraser 2005, pp. 140–142
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ODNB_Fawkes
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Fraser_2005_84
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Fraserpp117119
  6. Nicholls, Mark (2004), "Winter, Thomas (c. 1571–1606)", Oxford Dictionary of National Biography, Oxford University Press, doi:10.1093/ref:odnb/29767, สืบค้นเมื่อ 16 November 2009  แม่แบบ:ODNBsub
  7. Fraser 2005, pp. 133–134
  8. Haynes 2005, pp. 55–59
  9. Fraser 2005, pp. 146–147
  10. Fraser 2005, pp. 159–162
  11. Bengsten 2005, p. 50
  12. Fraser 2005, p. 150
  13. Fraser 2005, pp. 148–150
  14. Fraser 2005, p. 170
  15. Fraser 2005, pp. 178–179
  16. Northcote Parkinson 1976, pp. 62–63
  17. Northcote Parkinson 1976, pp. 68–69
  18. Northcote Parkinson 1976, p. 72
  19. Fraser 2005, p. 189
  20. Northcote Parkinson 1976, p. 73

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Guy Fawkes