กัวซ่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กัวซา (GUASA) เป็นเทคนิคการรักษาแบบแพทย์แผนจีนที่มีอ้างอิงในประวัติศาสตร์จีนมากกว่า 2,000 ปี โดยภูมิความรู้นี้ได้แพร่ขยายไปในหลายๆ ประเทศแถบเอเชียตะวันออก ในแต่ละประเทศจะมีขื่อเรียกต่างกัน เช่นในเวียดนามเรียก “Cao Yio” ในอินโดนีเซียเรียก “Kerik” ในแถบภาคเหนือของไทยเองเรียก “แหกพิษ หรือ ขูดพิษ” หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจใช้ศาสตร์การรักษาที่นอกเหนือจากแพทย์แผนตะวันตกที่ท่านคุ้นเคย ขณะนี้ประเทศไทยกำลังส่งเสริมให้มีศาสตร์การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกอีกมากมาย โดยมีการเปิดให้บริการในโรงพยาบาลและคลินิกแล้ว ซึ่งศาสตร์การบำบัดรักษาเหล่านี้เป็นภูมิปัญญาที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นที่น่าเชื่อถือจากผลการรักษาเชิงประจักษ์ จึงถูกถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบัน และการประชาสัมพันธ์ก็ใช้การบอกกล่าวกันแบบปากต่อปากตามวัฒนธรรมการสื่อสารแบบดั้งเดิม จึงทำให้ไม่แพร่หลายนัก  กัวซา (GUASA) คือการรักษาโรคด้วยการกวาดพิษ หรือขูดพิษออกจากร่างกายทางผิวหนัง สรรพคุณของศาสตร์กัวซาในการรักษาโรคมีมากมาย ทั้งโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบต่างๆ ของร่างกาย เช่นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ระบบทางเดินหายใจ ระบบการย่อยอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ฯลฯ อาการต่างๆ ปรากฏชัดเจนที่ผิวหนังบริเวณที่เชื่อมโยงกับระบบนั้นๆ  กัวซา (GUASA) เป็นการถ่ายเลือดโดยไม่มีเลือดไหล เป็นการฝังเข็มโดยไม่ต้องใช้เข็มแทงทะลุผิดหนัง เป็นการนวดโดยไม่ต้องใช้มือนวดหรือกด และเป็นเหมือนศาสตร์ที่สามารถเอ็กซเรย์ (X – ray) ร่างกายของท่านได้โดยไม่ต้องฉายรังสี เพราะหากร่างกายมีความผิดปกติ หรือมีพิษ เมื่อขูดที่ผิวหนังก็จะเห็นการเปลี่ยนสีของผิวหนังบริเวณที่ขูด และสีผิวจะเข้มมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับอาการป่วยว่ามากหรือน้อยเพียงใด แต่หากท่านไม่มีความผิดปกติในร่างกายบริเวณที่โดนขูดจะไม่เกิดการเปลี่ยนสีผิวใดๆ แม้จะทำการกัวซาแรงๆ ก็ตาม นี่คือความมหัศจรรย์ของกัวซา ตัวอย่างหนึ่งของการปรากฏของพิษตามผิวหนังอาจมาจากการสะสมของสารเคมีในอาหาร สารเคมีจากยาที่ท่านบริโภคหรือสารเคมีที่ท่านสูดดมในที่ทำงาน โดยเฉพาะอาชีพครูที่จะได้รับสารพิษจากผงชอล์ค หรือปากกาเคมีบนกระดาน อาชีพจัดดอกไม้ที่มีสารเคมีติดมากับดอกไม้ที่สวยงาม เป็นต้น กัวซาเป็นศาสตร์ที่จะช่วยนำสารพิษที่สะสมมาตลอดชีวิตของจากตัวท่านโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ในบันทึกตามประวัติศาสตร์ กัวซาใช้ในการบำบัดรักษาในสถานการณ์ปกติ และแม้ในสถานการณ์สงครามอันเป็นสถานการณ์ที่ขาดแคลนหมอและยา มีเพียงเครื่องมือในขณะนั้นคือดาบ อาวุธสงครามประจำกายงาช้าง หรือเขาสัตว์ที่ถูกล่า  กัวซา (GUASA) จึงเป็นศาสตร์การรักษาที่สามารถนำไปใช้ได้ในระดับครัวเรือน เพราะชุดอุปกรณ์หลักที่ใช้ก็มีเพียงเครื่องมือขูด คือเขาสัตว์หรือถ้วย ชาม ช้อน และสารที่ช่วยหล่อลื่น อาจเป็นน้ำมันพืช เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา ยาหม่อง หรือครีมนวด เพื่อป้องกันมิให้ผิวหนังระคายเคือง วิวัฒนาการของกัวซาที่ถูกถ่ายทอดสู่หมออิ้ม เป็นการถ่ายทอดจากจีนแผ่นดินใหญ่สู่แผ่นดินล้านนา ด้วยความรู้ในศาสตร์แพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย ที่เรียนรู้จากบรรพบุรุษ และจากการเรียนหลักการภาคทฤษฎีจากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ผสานกับศาสตร์กัวซาที่เรียนรู้จากอาจารย์สมใจ เรือนแก้ว และด้วยการทดลอง วิจัยประสิทธิผลของวิชาที่หลากหลายจนเกิดผลกับตนเอง และจากประสบการณ์การนำศาสตร์กัวซาผสมผสานกับศาสตร์การแพทย์แผนไทยมารักษาคนไข้ให้หายป่วยนับร้อยนับพันคน หมออิ้มจึงเห็นว่าคนไข้บางคนป่วยมากต้องเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ คนไข้บางคนอาจต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่สะดวกมาพบแพทย์จะทำอย่างไร คนไข้บางคนก็มีอาการผิดปกติเล็กน้อยสามารถดูแลตนเอง แต่ความผิดปกติของร่างกายเกิดขึ้นได้ทุกวัน ทำอย่างไรจึงจะบรรเทาทุกข์ให้เขาเหล่านั้นได้ นี่คือโจทย์ที่หมออิ้มคิดว่าต้องหาทางออกให้กับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้พบหมอกัวซา ให้สามารถทำกัวซาด้วยตนเองได้ แต่สิ่งที่จำเป็นคือความรู้ที่ถูกต้อง และง่ายต่อการฝึกปฏิบัติ สำหรับท่านที่ไม่ป่วย กัวซาก็เปรียบดั่งการทำสปาผิวหน้าและผิวกายที่ดีที่สุด ผิวพรรณจะผ่องใส ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงได้ถึง 5 – 10 ปี 

แผ่นกัวซา เป็นอุปกรณ์ที่ทำมาจากธรรมชาติ เช่น ทำมาจากเขาควาย เป็นต้น

ประเภทของกัวซา[แก้]

  1. การนวดหน้า
  2. นวดลำตัวเพื่อคลายความปวดเมื่อย ขับพิษ
  3. นวดเพื่อบรรเทาการเจ็บปวดซึ่งเกิดจากโรคต่างๆ

อ้างอิง[แก้]