กัป
|
ส่วนหนึ่งของ |
|
| ศาสดา | |
| จุดมุ่งหมาย | |
| นิพพาน | |
| ไตรรัตน์ | |
| ความเชื่อและการปฏิบัติ | |
| ศีล (ศีลห้า) · ธรรม (เบญจธรรม) สมถะ · วิปัสสนา บทสวดมนต์และพระคาถา |
|
| คัมภีร์และหนังสือ | |
| พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก · พระสุตตันตปิฎก · พระอภิธรรมปิฎก |
|
| หลักธรรมที่น่าสนใจ | |
| ไตรลักษณ์ อริยสัจ ๔ · มรรค ๘ · อิทัปปัจจยตา |
|
| นิกาย | |
| เถรวาท · อาจริยวาท (มหายาน) · วัชรยาน · เซน | |
| สังคมศาสนาพุทธ | |
| ปฏิทิน · บุคคล · วันสำคัญ · ศาสนสถาน · วัตถุมงคล | |
| การจาริกแสวงบุญ | |
| พุทธสังเวชนียสถาน · การแสวงบุญในพุทธภูมิ |
|
| ดูเพิ่มเติม | |
| อภิธานศัพท์ศาสนาพุทธ หมวดหมู่ศาสนาพุทธ |
|
กัป หรือ กัลป์ (บาลี: กปฺป; สันสกฤต: कल्प กลฺป) มีความหมายหลายทาง ได้แก่ กาล, เวลา, สมัย, อายุ, กำหนด, วัด, ประมาณ เป็นคำบอกถึงช่วงเวลาที่ยาวนานที่ใช้ในคัมภีร์พระไตรปิฎก
เนื้อหา |
[แก้] ประเภทของกัปในฎีกามาเลยยสูตร
(บทความในส่วนนี้ยังไม่สมบูรณ์)
ฎีกามาเลยยสูตรแบ่งกัปไว้ 4 แบบคือ
- อายุกัป คือ กำหนดอายุสัตว์ สัตว์เกิดมามีอายุเท่าไร เมื่ออายุสิ้นสุดลง เรียก 1 กัป
(ในยุคพุทธกาล 1 อายุกัปของมนุษย์ ประมาณ 100 ปี)
- อันตรกัป คือ กำหนดอายุสัตว์ ระยะเวลาที่อายุขัยของมนุษย์ ลงจากอสงไขยปีจนถึง 10 ปี
แล้วขึ้นจาก 10 ปี จนถึงอสงไขยปี ( อสงไขยเท่ากับเลข 1 ตามด้วยเลขศูนย์ 140 ตัว )
- อสงไขยกัป = 64 อันตรกัป
- มหากัป = 4 อสงไขยกัป
- อสงไขย = 256 อันตรกัป
[แก้] กัปในความหมายของอายุของจักรวาล
[แก้] วิธีนับกัป
วิธีนับกัป กำหนดกาลว่านานกัปหนึ่งนั้น พึงรู้ด้วยอุปมาประมาณว่า โลกธาตุ (จักรวาล) อุบัติขึ้นมา (ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ทราบว่าเกิดมาเมื่อประมาณ 14000 ล้านปีที่แล้วจากการระเบิดครั้งใหญ่หรือ Big Bang ของอะไรบางอย่างที่มีขนาดเล็กมากๆ) จนกระทั่งโลกธาตุนั้นดับไป
[แก้] ช่วงเวลาในกัป
พระพุทธเจ้าได้ตรัสเกี่ยวกับช่วงเวลาในกัปไว้ว่า
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กัปหนึ่งมี ๔ อสงไขย
๔ อสงไขย เป็นไฉน? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ใน
กาลใด กัปเสื่อม. ตลอดกาลนั้นไม่ง่ายเพื่อจะนับ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใด สังวัฏฏกัปตั้งอยู่
ฯลฯ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใด กัปเจริญ
ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในกาลใด วิวัฏฏกัป
ตั้งอยู่. ตลอดกาลนั้น ไม่ง่ายนักที่จะนับ" [1],[2]
สรุปใจความก็คือ กัปนึงแบ่งเป็น 4 ช่วง แต่ละช่วงยาวนานมากยากจะนับได้ (อสงไขยในที่นี้หมายถึง มากมาย หรือ นับไม่ถ้วน (infinity) ไม่ได้ใช้ในแง่ของการบอกปริมาณว่าเท่ากับ 10140 และไม่ได้หมายถึงอสงไขยกัป)
[แก้] การแบ่งกัปตามจำนวนการอุบัติของพระพุทธเจ้า
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆคือ
- สุญญกัป คือ กัปที่ว่างจากพระพุทธเจ้า แต่อาจมี พระปัจเจกพุทธเจ้า และ พระเจ้าจักรพรรดิ ได้
- อสุญญกัป คือ กัปที่ไม่ว่างจากผู้มีบุญโดยเฉพาะพระพุทธเจ้า แบ่งเป็น 5 ประเภทย่อยคือ
- สารกัป คือกัปที่เป็นแก่นสาร มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ 1 พระองค์
- มัณฑกัป คือ กัปที่ผ่องใส มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ 2 พระองค์
- วรกัป คือ กัปที่ประเสริฐ มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ 3 พระองค์
- สารมัณฑกัป คือกัปที่เป็นแก่นสารและผ่องใส มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ 4 พระองค์
- ภัทรกัป คือกัปที่เจริญ มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ 5 พระองค์. กัปปัจจุบันเป็นภัทรกัปมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ได้แก่ พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระโคตมพุทธเจ้า พระศรีอริยเมตไตรย
[แก้] การประมาณความยาวนานของกัป
พระพุทธเจ้าได้ตรัสประมาณเกี่ยวกับความยาวนานของกัปไว้ดังนี้
1. ปัพพตสูตร (สังยุตนิกาย นิทานวรรค ข้อ ๓๑๔ หน้า ๒๑๖ บาลีฉบับสยามรัฐ)
2. สาสปสูตร (สังยุตนิกาย นิทานวรรค ข้อ ๔๑๓ หน้า ๒๑๖ บาลีฉบับสยามรัฐ)
เนื่องจากการบอกเล่าต่อๆกันไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดเพี้ยนเกี่ยวกับ "ความยาวนานของกัป" ว่า 100 ปีเอาเมล็ดผักกาด 1 เมล็ดในกล่องกว้าง,ยาว,สูงอย่างละ 1 โยชน์ จนเต็มถือว่าเป็น 1 กัป บ้าง หรือ 100 ปีเอาผ้าบางมาลูบภูเขาทึบตันกว้าง,ยาว,สูงอย่างละ 1 โยชน์จนภูเขาแบนราบสนิทถือว่าเป็น 1 กัป บ้าง อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดเพราะดูจากหลักฐานดั้งเดิมคือพระไตรปิฏกสรุปได้ว่าการกระทำดังกล่าวข้างต้นยังไม่ถึง 1 กัปเลยและ 1 กัปยาวนานมากจนไม่อาจคำนวณเป็นตัวเลขอย่างชัดเจนได้
[แก้] จำนวนกัปที่ผ่านมาแล้ว
พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่าที่ผ่านมาในอดีตมีกัปที่ล่วงไปแล้วมากมายนับไม่ถ้วนดังนี้
1. สาวกสูตร (สังยุตนิกาย นิทานวรรค ข้อ ๔๓๓ หน้า ๒๑๗ บาลีฉบับสยามรัฐ)
อีกคราวหนึ่ง ได้มีพระภิกษุหลายรูปด้วยกัน ได้พากัน เข้าไปเฝ้าสมเด็จพระสรรเพชญสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลถามเรื่องกัปที่ล่วงไปแล้วว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! บรรดากัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มีมากเท่าใดหนอ พระเจ้าข้า"
สมเด็จพระมหากรุณาสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสตอบว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย! เราตถาคตจะยกอุปมาให้พวกเธอฟัง ยังมีพระพุทธสาวก ๔ รูปในพระศาสนานี้ เป็นผู้มีอายุยืน ๑๐๐ ปี มีชีวิตอยู่ได้ ๑๐๐ ปี หากว่าพระสาวกทั้ง ๔ รูปเหล่านั้น สามารถระลึก ถอยหลังไปได้วันละ ๑๐๐,๐๐๐ กัป และกัปที่พระสาวกเหล่านั้นระลึกไม่ถึงพึงยังมีอยู่อีก พระสาวก ๔ รูปของเราผู้มีอายุยืน ๑๐๐ ปี มีชีวิตอยู่ได้ ๑๐๐ ปี พึงทำกาละโดยล่วงไป ๑๐๐ ปีเสียก่อน โดยแท้เลย กัปที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มีจำนวนมากมาย อย่างนี้แหละ ฉะนั้น จึงมิใช่เป็นการกระทำที่ง่าย ในการที่จะนับจำนวนกัปว่า เท่านี้ร้อยกัป เท่านี้พันกัป เท่านี้แสนกัป ข้อนี้ เป็นเพราะเหตุดังฤๅ? เพราะว่า วัฏสงสาร กำหนดที่สุดและเบื้องต้นมิได้ ในเมื่อเหล่าสัตว์ทั้งหลายถูกอวิชชาเป็นเครื่องกางกั้น ถูกตัณหาผูกพันเข้าไว้ ก็ย่อมจะต้องท่องเที่ยวไปๆ มาๆ อยู่โดยที่สุดและเบื้องต้น ย่อมไม่ปรากฏเลย"
จากพระสูตรนี้คำนวณได้ว่าพระ 4 องค์ จะระลึกจำนวนกัปที่ผ่านมารวมกันได้แค่ 14,600 ล้านกัป (1.46 × 1010 กัป) ตลอดร้อยปี ในขณะที่เวลาที่พูดถึงจำนวนกัปที่พระโคดมพุทธเจ้าครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ได้รับพยากรณ์ว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจนกระทั่งเป็นพระพุทธเจ้านั้นกินเวลายาวนานถึง 4 อสงไขยกับแสนกัป (4 × 10140 กัป + 100,000 กัป) นับว่า 14,600 ล้านกัป น้อยมากๆ ไม่ถึง 1 ใน 10 ของเวลาที่พระพุทธเจ้าบำเพ็ญบารมีหลังจากได้รับพยากรณ์ครั้งแรกจากพระพุทธเจ้าองค์ที่ 24 ก่อนนี้ (พระทีปังกรพุทธเจ้า)
2. คงคาสูตร (สังยุตนิกาย นิทานวรรค ข้อ ๔๓๕ หน้า ๒๑๗ บาลีฉบับสยามรัฐ)
กาลต่อมาอีกคราวหนึ่ง ขณะที่องค์สมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ได้มีพราหมณ์ผู้หนึ่ง เข้าไปเฝ้าและกราบทูลถามปัญหาเรื่องกัปที่ผ่านไปแล้ว อีกเช่นกัน แลในวันนั้น สมเด็จพระพุทธองค์ ได้ทรงมีพระพุทธฎีกาตอบแก่เขาว่า "ดูกรพราหมณ์! เราตถาคตจะยกอุปมาให้ท่านฟัง เหมือนอย่างว่า แม่น้ำคงคานี้ ย่อมเกิดแต่ที่ใด และย่อมถึงมหาสมุทร ณ ที่ใด เม็ดทรายในระยะนี้ ย่อมไม่เป็นของไม่ง่ายนัก ที่จะกำหนดนับได้ เท่านี้เม็ด เท่านี้ร้อยเม็ด เท่านี้พันเม็ด เท่านี้แสนเม็ด ดูกรพราหมณ์! กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มากกว่าเม็ดทรายเหล่านั้น จึงมิใช่เป็นการง่ายนัก ที่จะกำหนดนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ร้อยกัป เท่านี้พันกัป เท่านี้แสนกัป ข้อนี้ เป็นเพราะเหตุดังฤๅ? เพราะว่า วัฏสงสารนี้ กำหนดที่สุดและเบื้องต้นมิได้ ในเมื่อเหล่าสัตว์ทั้งหลายถูกอวิชชาเป็นเครื่องกางกั้น ถูกตัณหาผูกพันเข้าไว้ ก็ย่อมจะต้องท่องเที่ยวไปมาอยู่ โดยที่สุดและเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ สัตว์ทั้งหลาย ที่ยังท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสารนั้น ได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพีที่เป็นป่าช้า ตลอดกาลนาน พอทีเดียวเพื่อจะคลายความกำหนัด พอทีเดียวเพื่อจะหลุดพ้นได้ ใช่ไหมเล่า"
นอกจากนี้หน่วยนับในการบำเพ็ญบารมีในการสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้านั้นวัดกันเป็น "อสงไขยกัป" ซึ่ง 1 อสงไขย เป็นตัวบ่งปริมาณ (prefix) เช่นเดียวกับคำว่า สิบ, ร้อย, พัน, หมื่น, แสน, ล้าน ฯลฯ โดยที่ อสงไขย คือ 1 ตามด้วยเลข 0 จำนวน 140 ตัว หรือ 10140 ดังนั้น "อสงไขยกัป" หมายถึงจำนวนกัปทั้งหมด 10 ยกกำลัง 140 กัป (จำนวนครั้งที่จักรวาลเกิดแล้วดับทั้งหมด 1 แล้วตามด้วยเลข 0 ทั้งหมด 140 ตัว ซึ่งนับได้ว่ายาวนานมากๆ) (ดูความเพิ่มเติมใน อสงไขย)** ดูหมายเหตุด้านล่าง
พระพุทธเจ้าที่ทำสถิติบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าได้เร็วที่สุดดังเช่นพระโคดมพุทธเจ้าของเรานี้ยังใช้เวลาถึง 20 อสงไขยกับอีก 1 แสนกัป นับตั้งแต่คิดจะเป็นพระพุทธเจ้าครั้งแรก พระพุทธเจ้าประเภทนี้เรียกว่า พระพุทธเจ้าประเภท ปัญญาธิกะ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธเจ้าอีก 2 ประเภทคือ
- ศรัทธาธิกะ ใช้เวลาทั้งหมด 40 อสงไขยกับอีก 1 แสนกัป
- วิริยาธิกะ ใช้เวลาทั้งหมด 80 อสงไขยกับอีก 1 แสนกัป
-
- หมายเหตุ คำว่าอสงไขยกัปนี้บางตำราเรียกอย่างห้วนๆว่าอสงไขยเฉยๆซึ่งไม่ถูกต้อง แต่เป็นภาษาพูดที่เป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึง อสงไขยกัป เหมือนกับที่เราเรียกกันห้วนๆว่า ระยะทาง 100 กิโล ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน เพราะเป็นภาษาพูดซึ่งหมายถึง ความยาว 100 กิโลเมตร หรือ เรียกห้วนๆว่า หนัก 50 กิโล หมายถึง น้ำหนัก 50 กิโลกรัม เป็นต้น
[แก้] อ้างอิง
- ^ องฺ. จตุกก. เล่ม ๒๑/ข้อ ๑๕๖
- ^ http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=31&i=256
- พระคัมภรีอนาคตวงศ์ , ประภาส สุระเสน, มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์,พ.ศ. 2540, โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย , ISBN 974-580-742-7
- พระสูตรเกี่ยวกับความยาวของวัฏสงสารจาก "ภูมิวิลาสินี" หน้า ๔๕๓ - ๔๕๖
โดย พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙)