กะละปังหา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กะละปังหา
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ต้นยุคครีเตเชียส-ปัจจุบัน
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
Superkingdom: Eukaryota
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Rhodophyta
หมวดย่อย: Eurhodophytina
ชั้น: Florideophyceae
ชั้นย่อย: Corallinophycidae
อันดับ: Corallinales
Silva & Johansen, 1986
วงศ์

กะละปังหา หรือ กัลปังหา (ยืมมาจากภาษามลายูคำว่า "kalam pangha") เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง แต่ละตัวมีขนาดเล็กมาก รูปร่างคล้ายทรงกระบอกหรือรูปถ้วย[1] จัดอยู่ในพวกเดียวกับปะการัง กะละปังหาประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ตัวกะละปังหา (โพลิป) ตัวของกะละปังหานี้มีลักษณะคล้ายดอกไม้ทะเลขนาดเล็ก มีเนื้อเยื่ออ่อนนุ่ม และมีหนวดรอบปากจำนวนแปดเส้น ฝังและกระจายตัวอยู่ตามโครงสร้างกะละปังหา และอีกส่วนเป็นส่วนโครงสร้างที่เป็นกิ่งแตกกิ่งก้านคล้ายพัดและซี่หวี แล้วแต่ชนิดกิ่งโครงสร้างนี้ตัวกะละปังหาสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับตัวเองและเป็นสารเขาจำพวกสัตว์[2]

กะละปังหาชอบอาศัยอยู่ตามที่มีกระแสน้ำไหล เนื่องจากกระแสน้ำจะช่วยพัดพาอาหารมาให้และจะช่วยพัดพาของเสียที่ถูกปล่อยออกจากกะละปังหาออกไป โดยกะละปังหาจะใช้หนวดในการดักจับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเพื่อนำมาเป็นอาหารส่วนเข็มพิษที่หนวดจะช่วยในการจับพวกแพลงก์ตอน กะละปังหามีประโยชน์โดยเป็นแหล่งที่อาศัยของสัตว์ทะเลขนาดเล็กหลายชนิดโดยสัตว์เหล่านี้จะเกาะตามกิ่งก้าน และนอกจากนี้กะละปังหาสามารถใช้เป็นสมุนไพรตามความเชื่อของชาวจีนโบราณ[3]

การสืบพันธุ์[แก้]

กะละปังหาสามารถสืบพันธุ์ได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศเช่นเดียวกับปะการัง การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศนั้นใช้วิธีแตกหน่อหรือการแยกออกจากกัน ส่วนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นการผสมภายในระหว่างเซลสืบพันธุ์ของเพศผู้และเพศเมียที่มาจากต่างโคโลนีกัน โดยที่แต่ละโคโลนีของกัลปังหาส่วนใหญ่จะมีเซลสืบพันธุ์เพียงเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น

ประโยชน์[แก้]

กะละปังหามีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์ทะเลขนาดเล็กหลายชนิด นอกจากนั้นแล้วการที่กัลปังหามีรูปร่างและสีสันที่สวยงาม จึงเป็นที่นิยมในการนำมาประดับตู้ปลา และนำมาใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้าน หรือแม้กระทั่งนำส่วนที่เป็นแกนในสีดำมาทำเป็นครื่องรางของขลัง และที่สำคัญ ชาวจีนโบราณมีความเชื่อว่ากัลปังหาเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

สถานภาพในปัจจุบัน[แก้]

กะละปังหาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ว่าห้ามมีไว้ในครอบครองหรือเพื่อการค้าขาย ยกเว้นการวิจัยกะละปังหา เนื่องจากกะละปังหาเป็นสัตว์ทะเลที่เจริญเติบโตค่อนข้างช้า บางชนิดอาจจะใช้เวลาเป็นร้อยปีในการเติบโตเพียงแค่ 1 ฟุต และในหนึ่งต้นนั้นมีตัวกะละปังหาอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการทำลายกะละปังหาหนึ่งต้นเท่ากับทำลายตัวกะละปังหาของกะละปังหาหลายหมื่นหลายแสนตัว[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. ความหมายของคำว่า "กะละปังหา". พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542
  2. 2.0 2.1 กัลปังหา. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลับบูรพา
  3. กัลปังหา สัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]