กล้องโทรทรรศน์อวกาศเฮอร์เชล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กล้องโทรทรรศน์อวกาศเฮอร์เชล
ภาพกราฟิกของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเฮอร์เชล
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออื่น Far Infrared and Submillimetre Telescope (FIRST)
รหัส NSSDC 2009-026A
องค์กร องค์การอวกาศยุโรป (ESA) โดยมี Thales Alenia Space เป็นผู้รับเหมาหลัก
วันขึ้นสู่อวกาศ 14 May 2009 13:12:02 UTC
ขึ้นจาก Guiana Space Centre
French Guiana
ยานขนส่ง Ariane 5
ระยะเวลาภารกิจ elapsed: 5 months and 2 days
มวล 3,300 kg (7,300 lb)
ประเภทวงโคจร Lissajous orbit
ความสูงวงโคจร 1,500,000 กิโลเมตร (930,000 ไมล์)
คาบการโคจร 1 year
ความเร็วโคจร 7,500 m/s (27,000 km/h)
ตำแหน่ง Lagrangian point L2
ชนิดกล้องโทรทรรศน์ Ritchey-Chrétien
ความยาวคลื่น 60 to 670 µm (0.0024 ถึง 0.026 นิ้ว) (อินฟราเรด)
เส้นผ่านศูนย์กลาง 3,500 mm (140 in), f/0.5
พื้นที่ 9.6 m2 (103 sq ft)
ความยาวโฟกัส 28.5 m (94 ft), f/8.7
เครื่องมือ
HIFI Heterodyne Instrument for the Far Infrared
PACS Photodetector Array Camera and Spectrometer
SPIRE Spectral and Photometric Imaging Receiver
เว็บไซต์
herschel.esac.esa.int

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเฮอร์เชล (อังกฤษ: Herschel Space Observatory) เป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศขององค์การอวกาศยุโรป ริเริ่มโครงการตั้งแต่ ค.ศ. 1982 ด้วยความร่วมมือของบรรดานักวิทยาศาสตร์ในยุโรป ชื่อโครงการตั้งขึ้นในเวลาต่อมาตามชื่อของ เซอร์ วิลเลียม เฮอร์เชล นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบสเปกตรัมอินฟราเรด และเป็นผู้ค้นพบดาวยูเรนัส[1]

กล้องเฮอร์เชลสามารถตรวจจับวัตถุในอวกาศที่เย็นจัดและมัวจัดที่สุดจากการบดบังของฝุ่นได้ เช่นในเขตหมอกฝุ่นซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ หรือดาราจักรขุ่นมัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากการรวมกลุ่มของดาวฤกษ์ใหม่ การสังเกตการณ์สามารถมองทะลุเมฆที่กำเนิดดาวฤกษ์ได้ และสามารถตรวจจับโมเลกุลที่เป็นต้นกำเนิดของชีวิต เช่น น้ำ ได้ว่ากำลังก่อตัวขึ้นหรือไม่

องค์การนาซา มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องมือวัดสำคัญของโครงการนี้จำนวน 2 ใน 3 ชิ้น รวมถึงจะมีบทบาทในการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญด้วย ห้องทดลองการขับเคลื่อนด้วยไอพ่นขององค์การนาซาในเมืองคาลิฟได้พัฒนาและสร้าง โบโลมิเตอร์ "โครงข่ายใยแมงมุม" สำหรับเครื่องรับภาพแบบแสงและสเปกตรัม (spectral and photometric imaging receiver; SPIRE) ให้แก่กล้องเฮอร์เชล ซึ่งมีความละเอียดสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 40 เท่า นอกจากนี้ยังสร้างโครงข่ายอุปกรณ์กำเนิดและรวมสัญญาณ และอุปกรณ์ขยายสัญญาณสำหรับคลื่นอินฟราเรดไกล (heterodyne instrument for the far infrared; HIFI) ด้วย[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Herschel Factsheet". European Space Agency. 17 April 2009. สืบค้นเมื่อ 2009-05-12. 
  2. "Herschel: Exploring the Birth of Stars and Galaxies". NASA. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]