กลุ่มเกษตรกร
กลุ่มเกษตรกร คือ บุคคลผู้ประกอบอาชีพแต่ละประเภทเกษตรกรรม เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ประมง อื่นๆ จำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบคน มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาจร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547[1]
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
กลุ่มเกษตรกร เรื่มมีการรวมตัวกันเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2498 อย่างไม่เป็นทางการ เรียกว่า กลุ่มชาวนา และหลังจากนั้นทางราชการได้ส่งเสริมให้ตั้งกลุ่มชาวนาขยายไปทั่วประเทศ โดยใช้การจดทะเบียนไว้เป็นหลักฐานแต่ไม่ได้เป็นนิติบุคคล จนเมื่อกรมส่งเสริมการเกษตร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2510 กลุ่มชาวนาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้ เพื่อให้มีความหมายกว้างขึ้นสามารถครอบคลุมอาชีพการเกษตรทุกสาขา ซึ่งได้เพิ่มขยายจำนวนขึ้นตามลำดับ เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรที่มิได้เป็นนิติบุคลไม่สามารถดำเนินธุรกิจการค้าได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรับรอง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงพยายามหาทางสนับสนุนให้มีกฎหมายรับรองกลุ่มเกษตรกรให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งได้เสนอกฎหมายนี้ให้รัฐบาลพิจารณา เมื่อปี พ.ศ.2504 เป็นเวลา 10 ปีเศษ รัฐบาลจึงได้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 140-141 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2515 แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 ให้มีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรโดยมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและสามารถดำเนินธุรกิจต่างๆได้ ปัจจุบันได้มีการแก้ไขอีกครั้งตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 ได้ยกเลิกประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่ 140 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ.2547 ได้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 141
[แก้] การขอจดทะเบียน
ติดต่อสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ในท้องที่จังหวัด กลุ่มเกษตรกรขอจดทะเบียน สำหรับกรุงเทพมหานคร ติดต่อ สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์พื้นที่ 1 และพื้นที่ 2 หรือติดต่อกรมส่งเสริมสหกรณ์
[แก้] สิทธิพิเศษ
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนที่กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน เช่น ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนที่ดินจำนองค้ำประกัน
- ห้ามใช้ชื่อ กลุ่มเกษตรกร เป็นชื่อหรือส่วนหนึ่งของชื่อในทางธุรกิจ เว้นแต่กลุ่มเกษตรกรที่ได้จดทะเบียน
- ได้รับเงินทุนจากหน่วยราชการ หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
- ได้รับความรู้ในการประกอบอาชีพ การบริหารจัดการกลุ่ม จากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมส่งเสริมสหกรณ์
- ได้รับการตรวจสอบบัญชีจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด
- ได้รับสิทธิพิเศษค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมตามระเบียบกระทรวงการคลัง เช่น คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับประเทศ เทียบเท่าข้าราชการระดับ 5
[แก้] คุณสมบัติของสมาชิกกลุ่มเกษตรกร
- เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะ
- เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีกิจการหรือภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ที่กลุ่มเกษตรกรนั้นดำเนินกิจการอยู่
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้นแต่ต้องไม่เกินหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด
[แก้] สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
- สิทธิตรวจสอบและยื่นฟ้องกรรมการในกรณีที่พบว่าทุจริต
- สิทธิในการออกเสียงลงมติในที่ประชุมใหญ่
- สิทธิในการเลือกตั้งกรรมการ
- สิทธิในการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม
- หน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบและคำสั่งนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด
- หน้าที่ในการทำธุรกิจกับกลุ่มเกษตรกรโดยสม่ำเสมอ
[แก้] การดำเนินงาน
กลุ่มเกษตรกรมีจำนวน 5,878 กลุ่ม สมาชิก 798,622 คน ดำเนินธุรกิจ ได้แก่
- รวบรวมผลผลิต เช่น ยางพารา ข้าวเปลือก ปาล์ม มูลค่า 4,502.22 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 62.9
- จัดหาสินค้ามาจำหน่าย เช่น ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช มูลค่า 1,129.77 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15.8
- ให้เงินกู้ 873.05 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.2
- แปรรูป มูลค่า 460.44 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.4
- รับฝากเงิน 156.68 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.2
- ให้บริการ เช่น บริการน้ำ บริการรถไถ มูลค่า 35.96 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.5
หน่วย : ล้านบาท
| กลุ่มเกษตรกร(กลุ่ม) | สมาชิก(คน) | รวบรวม | จัดหา | ให้เงินกู้ | แปรรูป | ฝากเงิน | บริการ | รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 5,878 | 798,622 | 4502.22(62.9%) | 1,129.77(15.8%) | 873.05(12.2%) | 460.44(6.4%) | 156.68(2.2%) | 35.96(0.5%) | 7,158.12 |
ที่มา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ http://203.154.183.12/cad2005/cad_coop/
วันที่ 6 มกราคม 2552