กลุ่มเกษตรกร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กลุ่มเกษตรกร คือ บุคคลผู้ประกอบอาชีพแต่ละประเภทเกษตรกรรม เช่น ทำนา ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ประมง อื่นๆ จำนวนไม่น้อยกว่าสามสิบคน มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาจร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547[1]

การรวบรวมข้าวเปลือกของเกษตรกร

ประวัติ[แก้]

กลุ่มเกษตรกร เรื่มมีการรวมตัวกันเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2498 อย่างไม่เป็นทางการ เรียกว่า กลุ่มชาวนา และหลังจากนั้นทางราชการได้ส่งเสริมให้ตั้งกลุ่มชาวนาขยายไปทั่วประเทศ โดยใช้การจดทะเบียนไว้เป็นหลักฐานแต่ไม่ได้เป็นนิติบุคคล จนเมื่อกรมส่งเสริมการเกษตร ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2510 กลุ่มชาวนาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้ เพื่อให้มีความหมายกว้างขึ้นสามารถครอบคลุมอาชีพการเกษตรทุกสาขา ซึ่งได้เพิ่มขยายจำนวนขึ้นตามลำดับ เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรที่มิได้เป็นนิติบุคลไม่สามารถดำเนินธุรกิจการค้าได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรับรอง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงพยายามหาทางสนับสนุนให้มีกฎหมายรับรองกลุ่มเกษตรกรให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งได้เสนอกฎหมายนี้ให้รัฐบาลพิจารณา เมื่อปี พ.ศ. 2504 เป็นเวลา 10 ปีเศษ รัฐบาลจึงได้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 140-141 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2515 แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 ให้มีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรโดยมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและสามารถดำเนินธุรกิจต่างๆได้ ปัจจุบันได้มีการแก้ไขอีกครั้งตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ได้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 140 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 ได้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 141

การขอจดทะเบียน[แก้]

ติดต่อสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ในท้องที่จังหวัด กลุ่มเกษตรกรขอจดทะเบียน สำหรับกรุงเทพมหานคร ติดต่อ สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์พื้นที่ 1 และพื้นที่ 2 หรือติดต่อกรมส่งเสริมสหกรณ์

สิทธิพิเศษ[แก้]

  1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ
  2. ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนที่กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน เช่น ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนที่ดินจำนองค้ำประกัน
  3. ห้ามใช้ชื่อ กลุ่มเกษตรกร เป็นชื่อหรือส่วนหนึ่งของชื่อในทางธุรกิจ เว้นแต่กลุ่มเกษตรกรที่ได้จดทะเบียน
  4. ได้รับเงินทุนจากหน่วยราชการ หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
  5. ได้รับความรู้ในการประกอบอาชีพ การบริหารจัดการกลุ่ม จากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมส่งเสริมสหกรณ์
  6. ได้รับการตรวจสอบบัญชีจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด
  7. ได้รับสิทธิพิเศษค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมตามระเบียบกระทรวงการคลัง เช่น คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับประเทศ เทียบเท่าข้าราชการระดับ 5

คุณสมบัติของสมาชิกกลุ่มเกษตรกร[แก้]

  1. เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะ
  2. เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีกิจการหรือภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่ที่กลุ่มเกษตรกรนั้นดำเนินกิจการอยู่
  3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  4. ถือหุ้นอย่างน้อยหนึ่งหุ้นแต่ต้องไม่เกินหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก[แก้]

  1. สิทธิตรวจสอบและยื่นฟ้องกรรมการในกรณีที่พบว่าทุจริต
  2. สิทธิในการออกเสียงลงมติในที่ประชุมใหญ่
  3. สิทธิในการเลือกตั้งกรรมการ
  4. สิทธิในการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม
  5. หน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบและคำสั่งนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัด
  6. หน้าที่ในการทำธุรกิจกับกลุ่มเกษตรกรโดยสม่ำเสมอ

การดำเนินงาน[แก้]

   กลุ่มเกษตรกรมีจำนวน 5,878 กลุ่ม สมาชิก 798,622 คน  ดำเนินธุรกิจ ได้แก่
  1. รวบรวมผลผลิต เช่น ยางพารา ข้าวเปลือก ปาล์ม มูลค่า 4,502.22 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 62.9
  2. จัดหาสินค้ามาจำหน่าย เช่น ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช มูลค่า 1,129.77 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15.8
  3. ให้เงินกู้ 873.05 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.2
  4. แปรรูป มูลค่า 460.44 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.4
  5. รับฝากเงิน 156.68 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.2
  6. ให้บริการ เช่น บริการน้ำ บริการรถไถ มูลค่า 35.96 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.5
                                             หน่วย : ล้านบาท
กลุ่มเกษตรกร(กลุ่ม) สมาชิก(คน) รวบรวม จัดหา ให้เงินกู้ แปรรูป ฝากเงิน บริการ รวม
5,878 798,622 4502.22(62.9%) 1,129.77(15.8%) 873.05(12.2%) 460.44(6.4%) 156.68(2.2%) 35.96(0.5%) 7,158.12
ที่มา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ http://203.154.183.12/cad2005/cad_coop/
วันที่ 6 มกราคม 2552

http://203.154.183.12/cad2005/cad_center/report_coop/quantity_business_last_accly_year_accoffice.php?coop_type=70

อ้างอิง[แก้]

เกษตรกรไทย