กร็อง-ปลัส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กร็อง-ปลัสเดอบรูว์แซล *
Brussels floral carpet B.jpg
กร็อง-ปลัสในงานเทศกาลพรมดอกไม้ ปี ค.ศ. 2008
ประเทศ ธงของประเทศเบลเยียม เบลเยียม
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา (ii) (iv)
อ้างอิง 857
ประวัติการจดทะเบียน
จดทะเบียน 2541 (คณะกรรมการสมัยที่ 22)

จัตุรัสหลักแห่งบรัสเซลส์ หรือ กร็อง-ปลัสเดอบรูว์แซล (ฝรั่งเศส: Grand-Place de Bruxelles, ออกเสียง: [ɡʁɑ̃ plas]) และ โกรเทอมาคท์ (ดัตช์: Grote Markt เกี่ยวกับเสียงนี้ listen ) คือจัตุรัสกลางบรัสเซลส์ซึ่งรายล้อมด้วยเหล่าอาคารเก่าอันสวยงามและกลมกลืนกันทางสถาปัตยกรรม และถือว่าเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในโลก[1] โดยเฉพาะออแตลเดอวีล (Hôtel de Ville de Bruxelles) และแมซงดูว์รัว (Maison du Roi) จัตุรัสแห่งนี้ถือเป็นบริเวณที่สำคัญที่สุดในการท่องเที่ยวและยังถือเป็นจุดหมายตาที่สำคัญแห่งหนึ่งของเบลเยียมอีกด้วย กร็อง-ปลัสแห่งนี้มีขนาดความกว้าง 68 เมตร ยาว 110 เมตร

ในปัจจุบัน จัตุรัสแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก[2]

ประวัติ[แก้]

ถูกทำลายและก่อสร้างใหม่[แก้]

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1695 กองทัพฝรั่งเศสกว่า 70,000 นาย นำโดยจอมพลฟร็องซัว เดอ เนิฟวิลล์ ดยุกแห่งวิเยอรัว ได้เปิดฉากถล่มกรุงบรัสเซลส์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของกองกำลังฝ่ายสันนิบาตออกส์เบิร์กจากการบุกล้อมนามูร์ซึ่งในขณะนั้นเป็นของฝรั่งเศส โดยได้ถล่มด้วยปืนใหญ่และปืนครกจำนวนมากมายเข้าไปยังภายในใจกลางเมืองทำให้เกิดไฟไหม้ใหญ่ไปทั่วนครบรัสเซลส์ในขณะนั้น รวมทั้งสร้างความเสียหายอย่างมากแก่กร็อง-ปลัส และอาคารบ้านเรือนโดยรอบ โดยหลังจากเพลิงสงบลงตัวอาคารของศาลาว่าการนั้นเหลือเพียงแต่โครงเปลือกด้านนอกเท่านั้น

หมู่อาคารโดยรอบจัตุรัส
รายละเอียดของอาคารที่สร้างโดยกลุ่มกิลด์ (Guildhalls)

จัตุรัสกร็อง-ปลัสนั้นต่อมาได้ใช้เวลาบูรณะขึ้นใหม่เกือบทั้งหมดกว่าสี่ปีเต็มโดยฝีมือของกลุ่มกิลด์แห่งบรัสเซลส์ โดยมาจากการอนุญาตโดยสภาที่ปรึกษาของเมือง และผู้ว่าการกรุงบรัสเซลส์ในขณะนั้นซึ่งให้ส่งแบบประกวดของกร็อง-ปลัสเพื่ออนุมัติการก่อสร้าง ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ตัวอาคารทั้งหมดโดยรอบจัตุรัสนั้นจึงได้สวยงามกันอย่างกลมกลืนในแบบสถาปัตยกรรมที่คล้ายคลึงกัน แม้ว่าจะต้องตั้งอยู่คู่กับศาลาว่าการกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งถูกสร้างในแบบสถาปัตยกรรมกอทิก บาโรก และหลุยส์ที่ 14

ต่อมาในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 เหล่านักปฏิวัติได้บุกเข้ายึดบริเวณจัตุรัสและทำลายรูปปั้นอันเป็นสัญลักษณ์ของระบบศักดินา และศาสนา[2] อาคารโดยรอบซึ่งสร้างและออกแบบโดยกลุ่มกิลด์ (Guildhalls) ได้ถูกริบเป็นของรัฐและถูกขายทอดตลาด ทำให้ต่อมาตัวอาคารต่างๆนั้นถูกทิ้งร้างและอยู่ในสภาพทรุดโทรมจากมลภาวะ และฤดูกาล และต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ผู้ว่าฯ ชาลส์ บุล ได้คืนความงดงามของจัตุรัสนี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยให้มีโครงการปรับปรุงและบูรณะอาคารต่างๆให้กลับมาอยู่ในสภาพงดงามเช่นเดิม


คริสต์ศตวรรษที่ 20[แก้]

จัตุรัสกร็องปลัส ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 นั้นยังคงมีสภาพเป็นตลาดจนกระทั่งวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1959 และยังคงเรียกว่าเป็น ตลาดใหญ่ หรือ Grote Markt ในภาษาดัตช์ ถนนรายรอบจัตุรัสนั้นยังคงสะท้อนถึงสภาพเดิมในความเป็นตลาด โดยมักจะตั้งชื่อถนนตามห้างร้านต่างๆ เช่น เนย, ชีส, ปลาแฮริ่ง, ถ่านหิน ฯลฯ จุตรัสแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยองค์การยูเนสโกในปีค.ศ. 1998 อาคารหลังหนึ่งในบริเวณจัตุรัสนั้นเป็นของผู้ผลิตเบียร์ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เบียร์

จัตุรัสกร็องปลัส ได้รับการโหวตชื่อให้เป็นจัตุรัสที่สวยงามที่สุดในยุโรปเมื่อปีค.ศ. 2010 จากการสำรวจ[3]โดยเว็บไซต์ดัตช์ (stedentripper.com[4]) โดยให้ร่วมเสนอชื่อโหวตจัตุรัสต่างๆในทวีปยุโรป ผลการสำรวจนั้นได้คะแนนเหนือจัตุรัสแดงที่กรุงมอสโก และจัตุรัสสตานิสลาสที่น็องซี โดยมีคะแนนตามมาเป็นอันดับที่สอง และสาม ตามลำดับ

เทศกาลพรมดอกไม้[แก้]

ทุก ๆ สองปีในเดือนสิงหาคม จะมีการจัดเทศกาลพรมดอกไม้ ซึ่งจัดขึ้นในบริเวณกร็อง-ปลัสแห่งนี้ โดยประกอบด้วยดอกบีโกเนีย (หรือดอกดาดตะกั่ว) ประมาณกว่าห้าแสนต้นจัดเรียงเป็นลวดลายสวยงามบนขนาดกว้าง 24 เมตร ยาว 77 เมตร คิดเป็นพื้นที่ดอกไม้รวมถึง 1,800 ตารางเมตร[5] เทศกาลนี้เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1971 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับและคำชมอย่างล้นหลามจนต้องมีการจัดอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปัจจุบัน ในช่วงเดือนสิงหาคมจึงเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวของบรัสเซลส์โดยปริยาย[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. จากงานเขียนของวิกตอร์ อูโก
  2. 2.0 2.1 "La Grande-Place de Bruxelles". bruNET. May 17, 2007. สืบค้นเมื่อ October 9, 2009.  (ฝรั่งเศส)
  3. http://www.wantedworldwide.net/news/7132/brussels_grandplace_voted_most_beautiful_square_in_europe.html
  4. "Most Beautiful Squares in Europe". stedentripper.com. สืบค้นเมื่อ 2010-11-23. 
  5. "History of the Grand Place of Brussels". Commune Libre de l'Îlot Sacré. สืบค้นเมื่อ August 25, 2009. 
  6. "Tourist Attractions in Brussels". trabel.com. สืบค้นเมื่อ 2008-06-04. 

บรรณานุกรม[แก้]

  • (ฝรั่งเศส) Victor-Gaston Martiny, Bruxelles, architecture civile et militaire avant 1900, éditions J.-M. Collet, Braine-l’Alleud, 1992 (réédition augmentée de la première version de 1980), 100 p. (ISBN 287367007X).
  • (ฝรั่งเศส) Sous la direction de Claire Billen et Jean-Marie Duvosquel : Bruxelles, coll. L’esprit des villes d’Europe – fonds Mercator, 2000, 301 p., (ISBN 90-6153-450-X)
  • (ฝรั่งเศส) Jean d'Osta, Dictionnaire historique et anecdotique des rues de Bruxelles, Bruxelles, éd. Paul Legrain, 1986, 358 p.
  • (ฝรั่งเศส)Maurice Culot, Eric Hennaut, Marie Demanet, Caroline Mierop, Le bombardement de Bruxelles par Louis XIV et la reconstruction qui s’ensuivit, 1695–1700, éditions Archives d’Architecture Moderne, Bruxelles, août 1992, 294 p. (ISBN 2-87143-079-9)
  • (ฝรั่งเศส) Sous la direction de Vincent Heymans : Les maisons de la Grand-Place de Bruxelles, coll. Lieux de Mémoire, CFC Editions, Bruxelles, 2011, 4e éd. revue et complétée, 232 p., contributions de : P. Cordeiro, E. Hennaut, V. Heymans, D. Houbrechts, C. Lambert, D. Laoureux, M. Soenen, A. Vanrie, B. de Ghellinck, Q. Demeure, X. Duquenne, M.-N. Martou et P. Sosnowska (ISBN 9-782930-018898)

พิกัดภูมิศาสตร์: 50°50′48″N 4°21′09″E / 50.8467°N 4.3525°E / 50.8467; 4.3525

ดูเพิ่ม[แก้]