เทวทหะ
| จุดหมายแสวงบุญใน แดนพุทธภูมิ |
| พุทธสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล |
|---|
| ลุมพินีวัน • พุทธคยา สารนาถ • กุสินารา |
| เมืองสำคัญในสมัยพุทธกาล |
| สาวัตถี • ราชคฤห์ สังกัสสะ • เวสาลี ปาฏลีบุตร • คยา โกสัมพี • กบิลพัสดุ์ เทวทหะ • เกสเรียสถูป ปาวา • พาราณสี นาลันทา |
| อารามสำคัญในสมัยพุทธกาล |
| วัดเวฬุวันมหาวิหาร วัดเชตวันมหาวิหาร |
| สถานที่สำคัญหลังพุทธกาล |
| สาญจิ • มถุรา ถ้ำเอลโลรา • ถ้ำอชันตา มหาวิทยาลัยนาลันทา |
เทวทหะ (อังกฤษ: Devadaha) คือเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกลิยะ 1 ใน มหาชนบทในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองที่ประสูติของพระนางสิริมหามายา ผู้เป็นพระราชมารดาของเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และเป็นเมืองพี่เมืองน้องในฐานะพระประยูรญาติของศากยวงศ์และโกลิยวงศ์แห่งแคว้นสักกะ (กรุงกบิลพัสดุ์) และโกลิยะ (กรุงเทวทหะ) เมืองแห่งนี้ ปัจจุบันเหลือเพียงซากโบราณสถานอยู่ในเขตประเทศเนปาล ติดชายแดนตอนเหนือของประเทศอินเดีย ยังเหลือซากเมืองอยู่เป็นหลักฐาน และไม่ห่างจากเมืองนี้มีสังเวชนียสถานที่สำคัญคือสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าซึ่งเรียกว่าลุมพินีวันปรากฏอยู่ บริเวณลุมพินีมีวัดพุทธของประเทศไทยและของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาอีกหลายวัด เป็นดินแดนที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกนิยมไปแสวงบุญ
เทวทหะในปัจจุบัน [แก้]
เทวทหะปัจจุบันตั้งอยู่ห่างจากกบิลพัสดุ์ไปทางทิศตะวันออก 22 กิโลเมตร ห่างจากกับแม่น้ำโรหิณีไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 เมตร ปรากฏคันคูเมืองกำแพงเมืองโบราณก่อด้วยหิน ภายในซากเมืองเก่าปรากฏเนินดินโบราณที่ยังไม่ได้ขุดค้นจำนวนมาก เช่น รามคามเจดีย์ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่กรุงเทวทหะได้รับจากโฑณพราหมณ์ นักโบราณคดีค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมากในบริเวณโบราณสถานเมืองเก่าเทวทหะนี้ ปัจจุบันมีเทวาลัยฮินดูหลังหนึ่งที่ชาวบ้านสร้างไว้ ภายในประดิษฐานมูรติสิริมหามายา ประติมากรรมภาพแกะสลักหินทราย ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปของพระนางสิริมหามายาด้วย[1]
สภาพของเมืองเก่าเทวทหะในปัจจุบันยังไม่เคยมีนักโบราณคดีสำรวจขุดค้นอย่างจริงจัง คงปล่อยให้เป็นเนินดินฝังซากโบราณสถานจำนวนมากไว้ ทำให้นักจาริกแสวงบุญส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมมาเมืองเทวทหะนี้
อ้างอิง [แก้]
- ^ สุนนท์ ปัทมาคม, รศ. . สมุดภาพแดนพุทธภูมิ ฉลองชนมายุ 80 ปี พระสุเมธาธิบดี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2541.
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
||||||||||