โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
Bangkok Christian College.jpg
อย่าให้ความชั่วชนะเราได้ แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี (โรม 12:21)
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Bangkok Christian College
อักษรย่อ ก.ท BCC
ประเภท โรงเรียนเอกชน
ก่อตั้ง ค.ศ. 1852
สี ม่วง-ทอง
        
เพลง ม่วงทองผ่องอำไพ
เว็บไซต์

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (อังกฤษ: Bangkok Christian College หรือ BCC) เป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันมีอายุ 162 ปี ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1852 โดยคณะคณะมิชชันนารีอเมริกันเพรสไบทีเรียน ถือเป็นโรงเรียนแห่งแรกในประเทศ เป็นโรงเรียนชายล้วน เป็นโรงเรียนในกลุ่มจตุรมิตร ซึ่งได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้มีการแปรอักษรกันทุก 2 ปี

ประวัติ[แก้]

  • ค.ศ. 1852 คณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน (American Presbyterian) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีพระบรมราชานุญาตให้คณะมิชชันซื้อที่ดิน 2 แปลงคือที่ตำบลกุฎีจีน หลังวัดแจ้ง และตำบลสำเหร่ และได้ตั้งโรงเรียนเป็นแห่งแรก ณ ตำบลกุฎีจีน โดยจ้างเด็กมาเรียนวันละเฟื้อง (12 สตางค์) มีซินแสกีเอ็ง ก๊วยเซียนเป็นผู้สอน ในตอนนั้นมีเยาวชนจีนเพียง 8 คนเท่านั้นที่สมัครเป็นนักเรียน
  • ค.ศ. 1856 มีนักเรียนไทยกลุ่มแรกเข้ามาสมัครเป็นนักเรียนที่นี่ ต่อไปนี้เป็นชื่อนักเรียนเท่าที่มีบันทึกเอาไว้
    • นร. เลขประจำตัว 1 พระยาอุตรกิจฯ
    • นร. เลขประจำตัว 2 หลวงวิจิตรฯ
    • นร. เลขประจำตัว 8 หลวงขบวนฯ
    • นร. เลขประจำตัว 29 ครูยวญ เตียงหยก
    • นร. เลขประจำตัว 31 นายเทียนสู่ กีระนันทน์
  • ค.ศ. 1862 คณะอเมริกันมิชชันนารี เล็งเห็นว่ากิจการด้านการศึกษาก้าวไกลไปข้างหน้าด้วยดี จึงย้ายโรงเรียนจากเดิมที่ตำบลวัดแจ้งมาเปิดที่ตำบลสำเหร่ ซึ่งอยู่ทางใต้ลงมาและมอบให้ศาสนทูต เอล แมตตูน เป็นผู้อำนวยการ ปรากฏว่าผลงานเป็นที่พอใจ อนึ่งในระยะเวลานั้นทางรัฐบาลไทยได้เปิดโรงเรียนของรัฐบาลแห่งหนึ่งที่ตำบลสวนอนันต์ ได้เชิญท่าน เอส.จี.แมคฟาแลนด์ หรือคุณพระอาจวิทยาคมเป็นผู้อำนวยการ โดยมีวัตถุประสงค์หรือนโยบายเพียงให้การศึกษาเฉพาะบุคคลชั้นเจ้านาย ลูกท่านหลานเธอและบุตรข้าราชการผู้ใหญ่ในราชสำนักเท่านั้น ท่านผู้อำนวยการเห็นว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั้น ลำพังท่านเพียงผู้เดียวนั้นยากที่จะดำเนินไปสู่จุดมุ่งหมายได้ ดังนั้นท่านจึงได้ออกปากชวน ท่านอาจารย์จอห์น.เอ.เอกิ้น เข้ามาร่วมงานอีกท่านหนึ่ง และแล้วกิจการของโรงเรียนราษฎร์แห่งแรกก็ได้ก้าวหน้าไปด้วยดี
  • ค.ศ. 1888 เมื่อท่านอาจารย์จอห์น.เอ.เอกิ้นได้เข้าร่วมงานกับท่านอาจารย์เอส.จี.แมคฟาแลนด์ได้ระยะหนึ่งและเมื่อพ้นพันธะใดๆแล้ว ท่านก็ลาออกจากตำแหน่งครูรัฐบาลแต่ด้วยใจรักการศึกษา ท่านก็ได้จัดตั้งโรงเรียนส่วนตัวขึ้น ณ ตำบลวัดกระดี่จีน (กุฏีจีน) ชื่อว่าโรงเรียนบางกอกคริสเตียนไฮสกูล (B.C.H.) และได้เชิญอาจารย์และแหม่มเจ.บี.ดันแลป พร้อมด้วยน้องสาวของท่าน เข้าร่วมงาน

และในปีเดียวกันนั้นเอง อาจารย์จอห์น.เอ.เอกิ้น และคณะทั้งสามของท่านได้สมัครเข้าสังกัดของคณะเพรสไบธิเรียนแล้ว และในเวลาเดียวกันท่านศาสนทูตเอส.อาร์เฮ้าส์ ท่านศาสนทูตเจ.เอม.คัลเบริ์ทซัน ท่านศาสนทูตเอน.เจ.แมคโดนัล และท่านศาสนทูต เจ.แวนได๊ก์ ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของท่าน ณ สหรัฐอเมริกา ทำให้ทางฝ่ายมิชชันในกรุงเทพฯ ขาดผู้บริหารด้านการศึกษาไปที่ประชุมจึงได้มีมติให้อาจารย์เจ.เอ.เอกิ้น เป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะบริหารงานด้านการศึกษาของมิชชันต่อไป ดังนั้นท่านต้องแบกภารกิจเป็น 2 เท่าคือทั้งงานส่วนตัวที่"บางกอกคริสเตียนไฮสกูล"ที่กุฎีจีน และโรงเรียนของคณะมิชชันที่สำเหร่

  • ค.ศ. 1892 ท่านอาจารย์จอห์น.เอ.เอกิ้น เห็นว่าการที่ต้องบริหารงานเป็นสองฝักสองฝั่งเช่นนี้ย่อมสิ้นเปลืองแรงงาน และไม่ประสบความสำเร็จในที่สุด ท่านจึงตัดสินใจยกเลิกกิจการที่กุฎีจีนเสีย และมุ่งหน้าปรับปรุงกิจการส่วนรวมของหมู่คณะ คือดำเนินการบริหารที่สำเหร่แต่เพียงด้านเดียวท่านได้แสดงถึงความเสียสละ อย่างยิ่ง โดยทุ่มเททุนส่วนตัวของท่านที่สะสมไว้เพื่อ "บากกอกคริสเตียนไฮสกูล" ที่กุฎีจีนทั้งหมด เพื่อสร้างงานใหม่ที่ตำบลสำเหร่ โดยได้สร้างอาคารใหม่ใช้เป็นสถานศึกษาสำหรับนักเรียนชาย ขนานามใหม่ว่า "สำเหร่ บอยสกูล"
  • ค.ศ. 1900 ทางคณะมิชชันนารีเล็งเห็นว่า หากจะขยายการศึกษาให้กว้างไกลออกไปแล้ว ที่ดินตรงตำบลสำเหร่ไม่เหมาะสม จึงมุ่งหมายไปยังที่ดินแปลงใหม่ ณ ฝั่งชายแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นฝั่งกรุงเทพฯ ปัจจุบันและในที่สุดก็ได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งที่บริเวณ ถนนประมวญ ตำบลสีลม อำเภอบางรัก และสร้างสถาบันการศึกษาขึ้นใหม่เรียกนามว่า "กรุงเทพคริสเตียนไฮสกูล" เปิดทำการสอนเป็นปฐมฤกษ์เมื่อ
  • ค.ศ. 1913 กรุงเทพคริสเตียนไฮสกูล รุ่งโรจน์เรื่อยมาเป็นลำดับ กิจการงานศึกษาแผ่กว้างยิ่งขึ้น มติจากบอร์ดนอก จึงได้สั่งให้เปลี่ยนจากไฮสกูล เป็นคอลเล็จ (COLLEGE) ดังนั้นเองนามของสถาบันการศึกษาแห่งนี้จึงได้เปลี่ยนเป็น "กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย" เรียกชื่อและเขียนตามอักษรโรมันว่า BANGKOK CHRISTIAN COLLEGE มักเรียกย่อๆว่า BCC
  • ค.ศ. 1920 กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้รับเกียรติรับรองวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สังกัดสำนักงานพันธกิจการศึกษามูลนิธิสภาคริสตจักรในประเทศไทย บนเนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 31 ตารางวา ประกอบไปด้วยหอธรรม อาคารอารีย์ เสมประสาท อาคาร 2 อาคารสิรินาถ อาคารบีซีซี 150 ปี สระว่ายน้ำ สนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล เปิดการเรียนการสอน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และอาคารจอห์น เอ เอกิ้น ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 16 ชั้นและชั้นใต้ดิน 4 ชั้น ชั้น 12 เป็นหอประวัติศาสตร์โรงเรียน

พระบรมราชจักรีวงศ์กับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย[แก้]

หอธรรม

บูรพกษัตริยาธิราชและราชกุลแห่งบรมราชจักรีวงศ์ทรงมีคุณอันใหญ่หลวงต่อโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยมาโดยตลอด พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่4) มีพระบรมราชานุญาตให้คณะมิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบธีเรียนมิชชั่นซื้อที่ดินในประเทศสยามไว้ 2 แห่ง และสร้าง โรงเรียนแห่งแรกที่ตำบลกุฎีจีน ฝั่งธนบุรี (อันเป็นต้นกำเนิดของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ในปัจจุบัน) เปิดทำการสอนครั้งแรกเมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2395 ต่อมาได้เปิดดำเนินการสอนอีกแห่งที่ตำบลสำเหร่ ฝั่งธนบุรีเช่นกัน

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงสนับสนุนโครงการขยายการศึกษาของคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนมิชชั่นมายังฝั่งกรุงเทพฯ พระองค์พระราชทานเงินจำนวน 20 ชั่งเพื่อสมทบในกองทุนที่จัดซื้อที่ดินที่ ตำบลสีลม อำเภอบางรัก กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2443 เพื่อสร้างโรงเรียนขนาดใหญ่ขึ้นใหม่ มีอาคารเรียน ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย เริ่มทำการสอนเมื่อ พ.ศ. 2445 นอกจากนั้นพระองค์ยังพระราชทานนาฬิกาประดับพระปรมาภิไธยย่อ"จ.ป.ร."ไว้ที่สถาบันการศึกษาแห่งนี้

กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการสอนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย จะเน้นหนักที่ภาษาอังกฤษโดยจะใช้ภาษาอังกฤษสอนในทุกรายวิชา (ยกเว้นวิชาภาษาไทย) นักเรียนจะต้องพูดภาษาอังกฤษทั้งในเวลาเรียนและเวลาที่อยู่ในโรงเรียน ที่เป็นเช่นนี้เพราะการปลูกฝังทักษะด้านภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียน หากนักเรียนคนใดพูดภาษาไทยในเวลาดังกล่าวจะต้องถูกทำโทษโดยการให้อยู่เย็นและท่องงานตามที่อาจารย์มอบหมาย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่6) มีพระบรมราชานุญาตให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มีวิทยฐานเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาลเมื่อ พ.ศ. 2463 นับเป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ได้รับเกียรตินี้ และแตรวง (วงดุริยางค์) ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นตัวแทนของเขตพระนครใต้ เป็นกองเกียรติยศบรรเลงร่วมกับแตรวงโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและวงดุริยางค์กองทัพบก บรรเลงนำขบวนพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพ.ศ. 2469

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่7) มีพระมหากรุณาธิคุณต่อโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โดยพระราชทานโต๊ะทรงพระอักษรประดับตราพระลัญจกร "วชิราวุธ" (โต๊ะทรงพระอักษรชุดนี้เป็นโต๊ะทรงพระอักษรในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เป็นเกียรติแก่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย)

ราชสกุล"มหิดล"นับว่ามีความใกล้ชิดกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอย่างยิ่ง ด้วยเหตุที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เมื่อครั้งดำริพระอสสริยยศเป็นกรมหลวงสงขลานครินทร์ พระองค์เสด็จเยี่ยมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นประจำ ด้วยเหตุที่ทรงสนิทสนมกับมิชชันนารีที่บริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยในสมัยอาจารย์ เอ็ม.บี.ปาล์มเมอร์ (M.B.Palmer) และ ดร.อี.เอ็ม.เท็ตต์ (E.M.Tate) ทรงสนพระทัยโครงการขยายการศึกษาของคณะมิชชันนารีและได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารแนวพระราชดำริปัจจุบันเก็บไว้ ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

ทุกครั้งที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์อดุลยเดชวิกรม บรมราชชนก เสด็จเยี่ยมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะโดยเสด็จด้วยทุกครั้งและทรงเป็นกันเองกับมิชชันนารี ทรงยินดีรับคำเชิญในการร่วมกิจกรรมของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มาโดยตลอด ครั้งหนึ่งเมื่อสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนีเสด็จเยี่ยมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ทอดพระเนตรเห็นความทรุดโทรมของสนามฟุตบอลโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 3,000 บาท เพื่อปรับปรุงสนามฟุตบอลโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ให้เป็นสนามฟุตบอลที่ทันสมัย ต่อมาเมื่อคณะศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์ ปาล์มเมอร์ ได้ร่วมกันสร้าง "อนุสรณ์ปาล์มเมอร์" ขึ้น และกราบทูลเชิญพระองค์เป็นองค์ประธานในการเปิดอนุสรณ์ปาล์มเมอร์ และทรงยินดีรับคำเชิญนี้ ภายหลังจากการเปิดอนุสรณ์ปาล์มเมอร์แล้ว พระองค์เสวยพระกระยาหารและทรงซักถามถึงความเป็นไปของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และมีพระราชดำรัสขอให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยอย่าหยุดยั้งในการพัฒนาการศึกษาแก่เยาวชนของชาติ

ต่อมาคณะผู้ริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นำโดยอาจารย์อารีย์ เสมประสาท ได้นำคณะครูและนักเรียนเข้าเฝ้าสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ วังสระปทุม เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 เพื่อถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยและพระองค์โปรดให้คณะครูและนักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ถ่ายภาพร่วมกับพระองค์ด้วย ยังความปิติเป็นล้นพ้นแก่ชาวโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยทุกคน และเมื่อคราวที่พระองค์เจริญพระชนมายุครบ 93 พรรษา โปรดให้วงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย บรรเลงเพลงถวาย ณ วังสระปทุมในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2535 ด้วย

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้พัฒนาอย่างยิ่งทั้งด้านการศึกษาและเทคโนโลยี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณยิ่งแต่พระราชาองค์นั้น คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริเสนอแนวทางในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยแก่อาจารย์อารีย์ เสมประสาท ว่า

ควรจะจัดโรงเรียนในลักษณะเดียวกันกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยในชนบทเพื่อขยายการศึกษาไปสู่ส่วนภูมิภาค

อาจารย์อารีย์ เสมประสาท ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป

ในพระราชวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถมีพระชนมายุ 60 พรรษา โรงเรียนกุรงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้สร้างอาคารศูนย์วิทยบริการซึ่งเป็นอาคารสูง 16 ชั้น อันเป็นอาคารที่มีความทันสมัยทั้งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีก้าวล้ำไปสู่ศตวรรษที่ 21 ดังนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงพระราชทานนามอาคารนี้ว่า "อาคารสิรินาถ"

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ไม่หยุดยั้งโครงการพัฒนาการศึกษา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราชาที่พระราชทานแนวพะราชดำริแก่คณะผู้บริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยจึงได้วางแผนการศึกษาและดำเนินการโครงการต่างๆอันเป็นการก้าวล้ำไปสู่ศตวรรษหน้า

สมดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย) ที่ทรงประทานให้แก่นักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2468 ว่า

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยมีแต่จะพัฒนาสืบไป

ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย[แก้]

1.ท่านอาจารย์ เจ.เอ. เอกิ้น ดี.ดี. (J.A.Eakin) นับได้ว่าท่านเป็นผู้เสียสละทั้งตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ ทุนทรัพย์ส่วนตัว กำลังกาย และจิตใจเพื่อบริหารและพัฒนาโรงเรียนตั้งแต่สำเหร่จนก่อตั้งโรงเรียนสำเร็จ ตามเจตนารมย์ของท่าน

2.ท่านอาจารย์ ดับบริว ยี. แม๊คครัว (W.G. McClure) เป็นผู้ที่มีศีลธรรมสูง พูดน้อยแต่กินความลึก มุ่งมั่นและตั้งใจประกาศกิตติคุณของพระผู้เป็นเจ้า

3.ท่านอาจารย์ อาร์.โอ. แฟรงกลิ้น (R.O.FRANKLIN) ท่านสนใจกีฬาและดนตรีเป็นพิเศษ

4.ท่านอาจารย์ เอ็ม.บี.ปาล์มเมอร์ (M.B. PALMER) ท่านเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนนานถึง 19 ปี และพัฒนาโรงเรียนอย่างมาก กิจกรรมของโรงเรียน เช่น วงดุริยางค์ กองลูกเสือ กรีฑา ฟุตบอล ด้านศาสนา และทางด้านวิชาการ ได้รับการเอาใจใส่ดูแล ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ท่านเป็นผู้ให้กำเนิดสีประจำโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย "สีม่วง" และ "สีทอง" กำหนดเครื่องแต่งกายนักเรียน เดิมเพลงประจำโรงเรียนคือ Soldier's Chorus ต่อมา อาจารย์กำชัย ทองหล่อ ได้แต่งเพลง กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ร่วมกับอาจารย์เจริญ วิชัย ที่ร้องกันอยู่ทุกวันนี้ ท่านเป็นผูคิดคติพจน์ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ว่า "Honesty is the best policy" อีกทั้งท่านมีโครงการพัฒนาบุคลากร โดยส่งครูไปศึกษาต่อต่างประเทศเพื่อบริหารงานของโรงเรียนต่อไป คือ อาจารย์เจริญ วิชัย และอาจารย์อารีย์ เสมประสาท คณะมิชชันนารีมีโครงการจะสร้างมหาวิทยาลัยคริสเตียนในอนาคต ท่านได้รับมอบหมายให้จัดซื้อที่ดินเพื่อการกล่าว ท่านได้ตกลงซื้อที่ดินตำบลบ้านกล้วย จากท่านเจ้าคุณภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2469 เนื้อที่ 80 ไร่ 2 งาน 25 ตารางวา ในราคา 60,000 บาท (ตารางวาละ 2 บาท) เดิมเป็นป่ารก ต่อมาภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ทางการได้ตัดถนนสุขุมวิทผ่านที่ดินของโรงเรียน จึงทำให้ที่ดินเจริญขึ้น แต่ในระหว่างนั้น รัฐบาลไม่มีนโยบายให้เอกชนจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา โครงการตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จึงไม่อาจกระทำได้ คณะมิชชันนารีจึงตกลงขายที่ดินที่บ้านกล้วยแก่กระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 ในราคา 22 ล้านบาทเพื่อนำมาพัฒนาโรงเรียนที่ถนนประมวญต่อไปทั้งนี้ไดทำการปรับปรุงเป็นอาคารเรียนทันสมัยและสวยงามเสร็จเรียบร้อยในปี พ.ศ. 2508

5.ท่านอาจารย์ มิส เอ.กอล์ท (Miss ANNABEL GALT) ท่านดำรงตำแหน่งครูใหญ่หลายครั้ง ฝึกนักเรียนขับร้อง และอ่านโน้ตเพลง อีกทั้งชอบจดสถิติคะแนนสอบไล่ของนักเรียน

6.ท่านอาจารย์ ดร.อี.เอ็ม.เท็ตต์ (E.M.TATE) ท่านเน้นหนักในการพัฒนาด้านวิชาการของโรงเรียน

7.ท่านอาจารย์ เจริญ วิชัย ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 คณะมิชชันนารีถูกควบคุมตัวในฐานะนักโทษสงคราม ญี่ปุ่นส่งกองทหารมาประจำโรงเรียน 1 กองร้อย ท่านอาจารย์และคณะครูไทย คือ อาจารย์อารีย์ เสมประสาท อาจารย์ทองสุก มังกรพันธุ์ อาจารย์สวัสดิ์ พฤกษาพงศ์ อาจารย์สุรเดช เผ่าศรีทองคำ และอาจารย์ประยูร คลังนุช ได้เปิดโรงเรียนชั่วคราวที่ซอยพร้อมพงษ์ นอกจากนี้ ท่านยังสนใจการกีฬา ดนตรี และวิชาการต่างๆ

8.อาจารย์ เล็ก ไทยง ท่านเป็นผู้วางระเบียบปฏิบัติหน้าที่ภายในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นระบบกิ่งราชการ

9.อาจารย์ อารีย์ เสมประสาท ท่านเข้าเรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ชั้นม.3 ตั้งแต่ปี 2463 สมัยอาจารย์ปาล์มเมอร์ จนจบชั้นมัธยมปีที่ 8 ด้วยคะแนนที่ 1 ตลอด 4 ปีสุดท้าย ภายหลังจากนั้นท่านสอนหนังสือกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ต่อมาได้รับทุนของคณะ "อินเตอร์เนชั่นแนลเชิร์ช" เพื่อศึกษาวิชาครูที่ ฟิลิปปินส์ คอลเลจ และปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษาวิทยาลัยเซาท์เทิร์น แคลิฟอร์เนีย กลับมาสอนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งแต่จบการศึกษาปี 2494 จนเกษียณอายุ ท่านอุทิศตนเพื่อพัฒนาโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ด้วยชีวิตและจิตใจ เป็นอาจารย์ที่ศิษย์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รักและยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคล สมดังที่ศิษย์และครูโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เรียกท่านว่า "ป๋า"

10.ดร. สิงห์โต จ่างตระกูล ท่านได้พัฒนาด้านการศึกษาของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สู่การบริหารระบบแบบใหม่ ท่านควบคุมดูแลและรับผิดชอบอาคารเรียน หอธรรม และอื่นๆ

11.อาจารย์ บุญเกียรติ นิลมาลย์ การพัฒนาการศึกษาอย่างไม่หยุดยั้งของระบบการศึกษาไทย ท่านอาจารย์มีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก ในงานก่อสร้างอาคารศูนย์วิทยบริการสูง 16 ชั้น หรือชื่อพระราชทานว่า "สิรินาถ" มูลค่ากว่า 240 ล้านบาท สำเร็จจากความสามารถของท่านโครงการ BCCI อันเป็นโรงเรียนนานาชาติ ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่กว่า 100 ไร่ โดยการริเริ่มของสมาคมศิษย์เก่า และโรงเรียน ท่านเป็นผู้มีส่วนผลักดันให้เกิดโครงการดังกล่าวในอนาคตข้างหน้าเพื่อ "เป็นศักดิ์เป็นศรีประเทศชาติไทย"

12.อาจารย์ ประกอบ พรหมบุตร

13.ดร.จารีต องคะสุวรรณ

14.ดร.วรนุช ตรีวิจิตรเกษม (ผู้อำนวยการ)

15.อ.วัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี(รักษาผู้จัดการ)

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

  • สมาชิกวุฒิสภา
    • พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ
    • พล.ต.ท.อิสระพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
    • นาย ยศ เอื้อชูเกียรติ
    • พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์
    • นาย อมเรศ ศิลาอ่อน
    • นาย สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
    • นาย วิทย์ รายนานนท์

ดูเพิ่ม รายนามศิษย์เก่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง

สถานที่ภายในโรงเรียน[แก้]

  • หอธรรม เป็นหอประชุมที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของโรงเรียน และยังเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนอีกด้วย สามารถจุคนได้กว่า 1,500 คน ด้านหลังของหอธรรมเป็นที่ตั้งของห้องศาสนกิจ และห้องประชุม 5
  • อาคาร เอ็ม บี ปาล์มเมอร์ (อาคาร2) เป็นอาคารสูง 4 ชั้น เป็นที่ตั้งของห้อง 00, โรงอาหาร, ห้องเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาปี่ที่ 1-3 ห้องเรียนโครงการ IEP , ห้องพักครู, ห้องทดลองวิทยาศาสตร์,ห้องแนะแนวประถมและห้องส่งเสริมระเบียบวินัยมัธยมต้น
  • อาคารอารีย์ เสมประสาท เป็นอาคารสูง 6 ชั้นครึ่ง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของห้องเรียนของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2, ห้องพักครู, ห้องทดลองวิทยาศาสตร์, ห้องดนตรีไทย และห้องคอมพิวเตอร์
  • อาคารสิรินาถ เป็นอาคารสูง 16 ชั้น เป็นที่ตั้งห้องเรียนของนักเรียนโครงการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน (EIP) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6, ห้องเรียนโครงการ IEP, ห้องพักครู, ฝ่ายบริหาร, ห้องประชาสัมพันธ์, ห้องการเงิน, ห้องทะเบียน , ห้องประชุม 1-4, สระว่ายน้ำ, ห้องสมุด ดร.สิงห์โต จ่างตระกูล, ห้องทดลองวิทยาศาสตร์, ห้องคอมพิวเตอร์, ชุมนุมดนตรี, ลานกิจกรรม และห้องพักผู้บริหาร
  • อาคารบีซีซี 150 ปี เป็นอาคารสูง 20 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น เป็นที่ตั้งของห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ห้องเรียนโครงการ IEP, ที่ทำการมัธยมศึกษา (ห้องประชาสัมพันธ์มัธยม), ห้องแนะแนวมัธยมศึกษา, ห้องส่งเสริมระเบียบวินัยมัธยมปลาย, ห้องพักครูของกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ, ห้องสมุด, ห้องประชุม 6-7, ห้องทดลองวิทยาศาสตร์, ห้องคอมพิวเตอร์, ห้องศูนย์วิทยาการ, ห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ, ที่จอดรถใต้ดิน, ห้องเก็บอุปกรณ์สำหรับเชียร์และแปรอักษร และหอพักนักเรียนประจำ
  • อาคารจอห์น เอ.เอกิ้น เป็นอาคารเรียนประถมศึกษาสูง 16 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น เปิดใช้ส่วนของห้องเรียนเมื่อ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดป้ายอาคารเมื่อวันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2553 อาคารจอห์น เอ.เอกิ้นเป็นที่ตั้งของห้องเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 -6, ห้องสมุดปัญญาจารย์, ห้องปฏิบัติการ, ห้องทดลองวิทยาศาสตร์, ห้องคอมพิวเตอร์, ห้องประชุมใหญ่, โรงยิม, หอประวัติศาสตร์ BCC Inspiration Hall, ห้องวีดิทัศน์ และที่จอดรถใต้ดิน
  • ลานชงโค เป็นลานอเนกประสงค์ ตั้งอยู่ระหว่างอาคารเอ็ม บี ปาล์มเมอร์ และอาคารสิรินาถ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้สำหรับนั่งพัก พร้อมด้วยเวที ซึ่งในเวลาพักจะมีการจัดกิจกรรมสำหรับนักเรียน
  • สวนน้ำตก เป็นสวนสวยที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด พร้อมกำแพงน้ำตกเพื่อสร้างบรรยากาศความสดชื่นภายในโรงเรียนอีกด้วย ตั้งอยู่ข้างโรงอาหาร
  • โรงอาหาร มีร้านอาหารร่วม 20 ร้าน ซึ่งมีทั้งข้าว, ก๋วยเตี๋ยว, เบเกอร์รี่, ผลไม้, เครื่องดื่ม และไอศกรีม
  • ห้องสมุด มีสามแห่งคืออาคารจอห์น เอ.เอกิ้น (ห้องสมุดปัญญาจารย์), อาคารสิรินาถ (ห้องสมุด ดร.สิงห์โต จ่างตระกูล) และอาคารบีซีซี 150 ปี (ห้องสมุดมัธยม) ภายในแยกหมวดหมู่หนังสืออย่างชัดเจน รวมทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ สำหรับนักเรียนเพื่อให้รับรู้ข่าวสารต่างๆ พร้อมด้วยระบบยืม-คืน คอมพิวเตอร์พร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับนักเรียนเพื่อใช้สืบค้นหาข้อมูลและหาความรู้ระหว่างช่วงเวลาพักและหลังเลิกเรียน ห้อง Conference Room ซึ่งจะเปิดสารคดีและภาพยนตร์ต่างๆในระหว่างเวลาพักและหลังเลิกเรียน มุมยืมซีดีภาพยนตร์และโปรแกรม มุมถ่ายเอกสาร พร้อมกล้องวงจรปิดภายในห้องสมุดเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันการขโมยหนังสือ
  • Book Store เครื่องเขียน และอุปกรณ์ประกอบการเรียนต่างๆ ตั้งอยู่ในลานชงโค
  • สะพานลอยเชื่อมอาคารบีซีซี 150 ปี เป็นทางเดินยกระดับซึ่งเชื่อมระหว่างอาคาร 2 ไปสู่อาคารบีซีซี 150 ปีซึ่งมี 3 ทางขึ้น-ลง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของนักเรียน
  • ความปลอดภัย ภายในโรงเรียนมีระบบความรักษาความปลอดภัยอย่างดี โดยทุกประตูเข้า-ออก และในลิฟต์จะมีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่เพื่อดูแลความเรียบร้อยและป้องกันอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้
  • Wi-Fi ปัจจุบันทางโรงเรียนกำลังมีการติดตั้ง Wi-Fi ในจุดต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับครู และนักเรียนในโรงเรียน

ความหมายของสีประจำโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยมีสีประจำโรงเรียนคือ สีม่วงและสีทองซึ่งท่านอาจารย์ เอ็ม.บี.ปาล์มเมอร์ เป็นผู้ที่ได้สถาปนาสีประจำโรงเรียน
ความหมายของสีนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นคือ

1. สีม่วงหมายถึง สีแห่งกษัตริย์ หรือราชสำนัก สีทองหมายถึงความมีค่า

2. สีม่วงมาจากสีน้ำเงิน (พระมหากษัตริย์) ผสมกับสีแดง (ชาติ) สีทองคล้ายกับสีเหลืองอันหมายถึง ศาสนา

งานครบรอบวันก่อตั้งโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนได้ทำการเปิดสอนเป็นปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1852 เพื่อสอนให้เยาวชนไทยรู้หนังสือ ดังนั้นในทุกๆปีทางโรงเรียนได้จัดงานฉลองครบรอบวันเกิดโรงเรียนหรือเรียกกันโดยทั่วไปกันว่า งานโรงเรียน เป็นประเพณีที่ทำกันต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งจะเป็นการบริหารงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งถือเป็นเกียรติและภารกิจอันสูงสุดที่นักเรียนในแต่ละรุ่นต้องรับผิดชอบ ก่อนก้าวออกจากรั้วโรงเรียนไป งานโรงเรียนถือเป็นสีสันประจำปีที่ทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ครูอาจารย์ และผู้ปกครองต่างให้ความร่วมมือกันในงานอย่างเต็มที่

โดยปกติ งานจะจัดในวันเสาร์ของเดือนสิงหาคม (หรือบางครั้งในเดือนกันยายน) ของแต่ละปี จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของงานในแต่ละปีคือชื่อประจำงาน และการแสดงละครเวทีซึ่งมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 นอกจากนั้นในงานยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การแสดงคอนเสิร์ต การขายของที่ระลึก การประมูลตุ๊กตา และกิจกรรมเกมส์ชุมนุม เป็นต้น

งานครบรอบการก่อตั้ง วันที่จัดงาน ชื่องาน ละครเวทีประจำปี เพลงประกอบละครเวทีประจำปี
ปีที่ 162 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557 ปรับความคิด สานความต่าง สร้างความพอดี ๑๖๒ ปีแห่งความผูกพัน The Suspect (ผู้ต้องสงสัย) ผู้ต้องสงสัย, เสียงหัวใจ และ ฝากดาว
ปีที่ 161 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ปลูกชงโคในความคิด ปลูกชีวิตใน ก.ท (Grow Green, Grow Life) สันตะโร โฮเต็ล (Central Row Hotel) สิ่งที่จางหาย (Faded Away)และยากเกินอธิบาย
ปีที่ 160 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555 บีซีซี 160 ปี รวมความต่าง สร้างความเป็นหนึ่ง นิทาน ร้อยหนึ่งราตรี (The nights of Harmony) ครึ่งทาง
ปีที่ 159 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ร่วมร้อยรอยยิ้ม บีซีซี 159 ปี สดุดีองค์ราชัน ละครศรัทธ์ (The Three-Ring Circus) ละครศรัทธ์ (Welcome to Circus) และ ศรัทธา (Faith)
ปีที่ 158 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เห็นชงโคสะพรั่งบาน ณ ที่นั้นคือบ้านเรา นักโทษ หากวันนั้น
ปีที่ 157 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552 คริสเตียน 157 ปี ณ ที่นี้คือความทรงจำ ลืม ลืม, ลืมรัก และ ลืมยิ้ม
ปีที่ 156 9 สิงหาคม พ.ศ. 2551 13 รอบที่เรืองรอง เปิดบ้านม่วงทอง 156 ปี สวนรุม ต่าง
ปีที่ 155 4 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ม่วงทองที่จดจำ กับอีกวันที่รอคอย คนนครสวรรค์ จากคนละฟ้า, ข้างๆเธอ และ เมืองมายา
ปีที่ 154 5 สิงหาคม พ.ศ. 2549 คริสเตียนไม่เปลี่ยนผัน แม้นานวันไม่ลืมเลือน เก้าอี้ ที่นั่งแห่งความทรงจำ (The Armchair) แม้ในจิตใจ
ปีที่ 153 20 สิงหาคม พ.ศ. 2548 เปิดบ้านหลังเล็กของเด็ก ก.ท เรื่องของร่ม ร่ม
ปีที่ 152 14 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เก็บดอกชงโค ใส่ในโหลแห่งความทรงจำ Agape' -
ปีที่ 151 23 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ตอนที่หนึ่งห้าหนึ่ง เรื่องเล่ากล่าวถึง กาลครั้งหนึ่งในรั้วม่วงทอง กุมภาพันธ์ -
ปีที่ 150 17 สิงหาคม พ.ศ. 2545 วันวานที่ผันผ่าน กับตำนานที่ยิ่งใหญ่ คริสเตียนเลื่องลือไกล ม่วงทองภูมิใจ 150 ปี My Sassy Girl -
ปีที่ 149 25 สิงหาคม พ.ศ. 2544 ก้าวที่ยิ่งใหญ่ ก้าวที่เรืองรอง ก้าวสีม่วงทอง ร่วมฉลอง 149 ปี] Romeo & Juliet (เวอร์ชันเฮฮา)] -
ปีที่ 148 19 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ชงโคงาม เริ่มบานอีกครั้ง เพื่อความทรงจำ 148 ปี] - -
ปีที่ 147 21 สิงหาคม พ.ศ. 2542 จากถิ่นสีม่วง ขอบรั้วสีทอง เปิดบ้านฉลอง 147 ปี - -
ปีที่ 146 8 สิงหาคม พ.ศ. 2541 เสาร์ที่ 8 เดือนสิงหา ณ ใต้ฟ้า หลังคาชงโค - -
ปีที่ 145 6 กันยายน พ.ศ. 2540 ก.ท หอธรรม ความทรงจำของคริสเตียน - -
ปีที่ 144 พ.ศ. 2539 144 ปีที่เติบโต 12 โหลแห่งความทรงจำ - -
ปีที่ 143 พ.ศ. 2538 เก็บดอกไม้ใบม่วง ที่ร่วงบนลานทอง - -
ปีที่ 142 พ.ศ. 2537 วันเกิดเด็กชาย และนายคริสเตียน - -
ปีที่ 141 พ.ศ. 2536 1.41 x 10 ยกกำลังสอง เติมสีม่วงทอง ร่วมฉลอง 141 ปี - -
ปีที่ 140 พ.ศ. 2535 บนถนนนี้ 14 ทศวรรษ - -
ปีที่ 139 พ.ศ. 2534 ชงโคบานที่ ลานประมวญ - -
ปีที่ 138 พ.ศ. 2533 farewell to the old party - -
ปีที่ 137 พ.ศ. 2532 เบิร์ธเดย์ อารมณ์ดี 137 ปี ... ไม่มีชื่องาน - -
ปีที่ 136 พ.ศ. 2531 136 ปี บีซีซี ที่เก่ากับคนใหม่ แปลกใจทำไมอยู่นาน - -
ปีที่ 135 พ.ศ. 2530 ร้อยมะพร้าว สามหาว ที่ห้าวหาญ (ร้อยสามห้า) - -
ปีที่ 134 พ.ศ. 2529 134 ปีที่นี่ ที่ถนนประมวญ - -
ปีที่ 133 พ.ศ. 2528 133 ปี ที่ประมวญ - -
ปีที่ 132 พ.ศ. 2527 132 ปี กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย - -

สปิริตบีซีซี-BCC Spirit[แก้]

  1. Loyalty ความจงรักภักดี
  2. Honesty ความซื่อสัตย์สุจริต
  3. Responsibility ความรับผิดชอบ
  4. Unity ความสามัคคี

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°43′14″N 100°31′23″E / 13.720589°N 100.523095°E / 13.720589; 100.523095