กรรมฐาน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
|
ส่วนหนึ่งของ ประวัติพุทธศาสนา |
|
| ศาสดา | |
| จุดมุ่งหมายของพุทธศาสนา | |
| พ้นทุกข์ / ความดับทุกข์ | |
| ไตรสรณะ | |
| ความเชื่อและการปฏิบัติ | |
| ศีล · ธรรม ศีลห้า · เบญจธรรม สมถะ · วิปัสสนา บทสวดมนต์และพระคาถา |
|
| คัมภีร์และหนังสือ | |
| พระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก · พระสุตตันตปิฎก · พระอภิธรรมปิฎก |
|
| หลักธรรมที่น่าสนใจ | |
| ไตรลักษณ์ บัญญัติ · ขันธ์ · ปรมัตถธรรม |
|
| นิกาย | |
| เถรวาท · อาจริยวาท (มหายาน) · วัชรยาน · เซน | |
| สังคมพุทธศาสนา | |
| เมือง · ปฏิทิน · บุคคล · วันสำคัญ · ศาสนสถาน · วัตถุมงคล | |
| การจาริกแสวงบุญ | |
| พุทธสังเวชนียสถาน · การแสวงบุญในพุทธภูมิ |
|
| ดูเพิ่มเติม | |
| ศัพท์เกี่ยวกับพุทธศาสนา หมวดหมู่พุทธศาสนา |
|
กรรมฐาน หมายถึง ที่ตั้งแห่งการทำงานของจิต สิ่งที่ใช้เป็นอารมณ์ในการเจริญภาวนา อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรมจิต หรืออุบายหรือกลวิธีเหนี่ยวนำให้เกิดสมาธิ
กรรมฐาน เป็นสิ่งที่เอามาให้จิตกำหนด เพื่อให้จิตสงบอยู่ได้ ไม่เที่ยวเตลิดเลื่อนลอยฟุ้งซ่าน ไปอย่างไร้จุดหมาย
เนื้อหา |
[แก้] กรรมฐาน 40
กรรมฐาน 40 เป็นอุบาย 40 วิธีที่ใช้ฝึกจิตให้เกิดสมาธิ ก็คือสิ่งที่เอามาให้จิตกำหนด เพื่อชักนำให้เกิดสมาธิ พอจิตกำหนดจับสิ่งนี้เข้าแล้ว จะชักนำให้จิตแน่วแน่อยู่กับสิ่งนี้ จนเป็นสมาธิได้มั่นคงและเร็วที่สุด ในคัมภีร์อรรถกถาและปกรณ์ ได้รวบรวมแสดงกรรมฐานไว้ 40 อย่าง คือ
- กสิณ 10 แปลว่า วัตถุอันจูงใจ หรือวัตถุสำหรับเพ่ง เพื่อจูงจิตให้เป็นสมาธิ
เป็นวิธีใช้วัตถุภายนอกเข้าช่วย โดยวิธีเพ่งเพื่อรวมจิตให้เป็นหนึ่ง มี 10 อย่าง คือ
-
- ก.ภูตกสิณ 4 (กสิณคือมหาภูตรูป) ได้แก่ ปฐวีกสิณ อาโปกสิณ เตโชกสิณ วาโยกสิณ
- ข.วรรณกสิณ 4 ได้แก่ นีลกสิณ ปีตกสิณ โลหิตกสิณ โอทาตกสิณ
- ค.กสิณอื่นๆ ได้แก่ อาโลกกสิณ อากาสกสิณ
- อสุภะ 10 ได้แก่ การพิจารณาซากศพระยะต่างๆรวมกัน 10 ระยะ ตั้งแต่ศพเริ่มขึ้นอืด ไปจนถึงศพที่เหลือแต่โครงกระดูก
- อนุสติ 10 คือ อารมณ์ดีงามที่ควรระลึกถึงเนืองๆ ได้แก่ พุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ สีลานุสติ จาคานุสติ เทวตานุสติ มรณสติ กายคตาสติ อานาปานสติ อุปสมานุสติ
- อัปปมัญญา 4 คือ ธรรมที่พึงแผ่ไปในมนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย อย่างมีจิตใจสม่ำเสมอทั่วกันไม่มีประมาณ ไม่จำกัดขอบเขต โดยมากเรียกกันว่า พรหมวิหาร 4 คือ
- เมตตา คือ ปรารถนาดี มีไมตรีอยากให้มนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย มีความสุขทั่วหน้า
- กรุณา คือ อยากช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์
- มุฑิตา คือ พลอยมีใจแช่มชื่นบาน เมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข และเจริญงอกงาม ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไป
- อุเบกขา คือ วางจิตเรียบสงบ สม่ำเสมอ เที่ยงตรงดุจตาชั่ง มองเห็นมนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย ได้รับผลดีร้าย ตามเหตุปัจจัยที่ประกอบ ไม่เอนเอียงไปด้วยชอบหรือชัง
- อาหาเร ปฏิกูลสัญญา กำหนดหมายความเป็นปฏิกูลในอาหาร
- จตุธาตุววัฏฐาน กำหนดพิจารณาธาตุ 4 คือ พิจารณาเห็นร่างกายของตน โดยสักว่าเป็นธาตุ 4 แต่ละอย่างๆ
- อรูป 4 กำหนดสภาวะที่เป็นอรูปธรรมเป็นอารมณ์ ใช้ได้เฉพาะผู้ที่เพ่งกสิณ 9 อย่างแรก จนได้จตุตถฌานมาแล้ว กรรมฐานแบบอรูป มี 4 อย่าง คือ อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ
รายละเอียด อรูป 4
| อากาสานัญจายตนะ | - | กำหนดช่องว่างหาที่สุดไม่ได้ (ซึ่งเกิดจากการเพิกกสิณออกไป) เป็นอารมณ์ | |
| วิญญาณัญจายตนะ | - | กำหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้ (คือเลิกกำหนดที่ว่าง เลยไปกำหนดวิญญาณแผ่ไปสู่ที่ว่างแทน) เป็นอารมณ์ | |
| อากิญจัญญายตนะ | - | (เลิกกำหนดวิญญาณเป็นอารมณ์ เลยไป) กำหนดภาวะไม่มีอะไรเลยเป็นอารมณ์ | |
| เนวสัญญานาสัญญายตนะ | - | (เลิกกำหนดแม้แต่ภาวะที่ไม่มีอะไรเลย) เข้าสู่ภาวะมีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ |
[แก้] ขีดขั้นความสำเร็จ
ขีดขั้นความสำเร็จของกรรมฐานแต่ละประเภท
| กสิณ 10 | ปฏิภาคนิมิต | อุปจารสมาธิ | ปฐมฌาน | ทุติยฌาน | ตติยฌาน | จตุตถฌาน | ||
| อสุภะ 10 | ปฏิภาคนิมิต | อุปจารสมาธิ | ปฐมฌาน | |||||
| อนุสติ 8ข้อแรก | อุปจารสมาธิ | |||||||
| กายคตาสติ | ปฏิภาคนิมิต | อุปจารสมาธิ | ปฐมฌาน | |||||
| อานาปานสติ | ปฏิภาคนิมิต | อุปจารสมาธิ | ปฐมฌาน | ทุติยฌาน | ตติยฌาน | จตุตถฌาน | ||
| อัปปมัญญา 3ข้อแรก | อุปจารสมาธิ | ปฐมฌาน | ทุติยฌาน | ตติยฌาน | ||||
| อุเบกขาพรหมวิหาร | อุปจารสมาธิ | จตุตถฌาน | ||||||
| อาหาเรปฏิกูลสัญญา | อุปจารสมาธิ | |||||||
| จตุธาตุววัฏฐาน | อุปจารสมาธิ | |||||||
| อากาสานัญจายตนะ | อุปจารสมาธิ | จตุตถฌาน | อากาสานัญจายตนะ | |||||
| วิญญาณัญจายตนะ | อุปจารสมาธิ | จตุตถฌาน | วิญญาณัญจายตนะ | |||||
| อากิญจัญญายตนะ | อุปจารสมาธิ | จตุตถฌาน | อากิญจัญจายตนฌาน | |||||
| เนวสัญญานาสัญญายตนะ | อุปจารสมาธิ | จตุตถฌาน | เนวสัญญานาสัญญายตนะ |
[แก้] กรรมฐาน 2 อย่าง
ในคัมภีร์ทางพระอภิธรรมบรรยายเกี่ยวกับกรรมฐานไว้ว่า การงานที่เป็นเหตุแห่งการบรรลุธรรม
และแบ่งกรรมฐานเป็นสองอย่าง คือ
- สมถะ เป็นอุบาย การยังกิเลส นิวรณ์ทั้งหลายให้สงบ ระงับ
- วิปัสสนา เป็นปัญญา เห็นโดยอาการต่างๆ มีความไม่เที่ยง เป็นต้น
[แก้] อ้างอิง
- พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). "พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์".
- พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). "พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม".
- พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). "พุทธธรรม".
- "พระอภิธัมมัตถสังคหะ".
[แก้] ดูเพิ่ม
- ฌาน
- เจริญอานาปานสติ บำเพ็ญสติปัฏฐาน๔ ให้บริบูรณ์ ในวิกิซอร์ซ


