กรมทางหลวงชนบท

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กรมทางหลวงชนบท
Department of Rural Roads
ตราสัณลักษณ์กรมทางหลวงชนบท.gif
ที่ทำการ
9 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545
งบประมาณ 38,045.1136 ล้านบาท (พ.ศ. 2557)[1]
ผู้บริหาร ชาติชาย ทิพย์สุนาวี, อธิบดี
ดรุณ แสงฉาย, รองอธิบดี
กฤชเทพ สิมลี, รองอธิบดี
พิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน, รองอธิบดี
ต้นสังกัด กระทรวงคมนาคม
เว็บไซต์
http://www.drr.go.th

กรมทางหลวงชนบท (Department of Rural Roads) เป็นส่วนราชการ ระดับกรม สังกัดกระทรวงคมนาคม จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 โดยบุคลากรโอนภารกิจมาจากกรมโยธาธิการ และกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท มีหน้าที่ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท เพื่อสนับสนุนการคมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยว การพัฒนาชายแดน การพัฒนาเมืองอย่างบูรณาการและยั่งยืน แก้ไขปัญหาจราจรโดยสร้างทางเชื่อม (Missing Link) ทางเลี่ยง (By-pass) และทางลัด (Shortcut) รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยงด้านการพัฒนาทางหลวงท้องถิ่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การกำหนดภารกิจของกรมทางหลวงชนบท[แก้]

พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มุ่งปรับปรุงระบบระบบราชการให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นไปของสังคม โดยมีการจัดตั้งกรมทางหลวงชนบทขึ้น แต่ได้มีการกำหนดบทเฉพาะกาล มาตรา 54 ไว้ว่า "ภายในห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนกิจการอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน ข้าราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของกรมทางหลวงชนบท และบรรดาอำนาจหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในกรมทางหลวงชนบท ไปเป็นของกรมทางหลวง หรือผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจะกำหนดให้การกำหนดรายละเอียดบางกรณีเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีหรือประกาศของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ได้ เมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งขึ้นบังคับใช้แล้ว ให้ถือว่ากรมทางหลวงชนบทเป็นอันยุบเลิก" ซึ่งจะเป็นผลให้กรมทางหลวงชนบท มีภารกิจที่จะต้องดำเนินการในระยะเวลาเพียง 5 ปี

ต่อมาภายหลังการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550 ได้มีมติให้กรมทางหลวงชนบท ดำเนินการต่อไปอีก 5 ปี กระทั่งในปี พ.ศ. 2552 ได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2552 ให้ยกเลิกการยุบกรมทางหลวงชนบท และให้มีภารกิจดำเนินการเช่นเดิม เนื่องจากเป็นนโยบายหลักของทุกรัฐบาล[2]

เครื่องหมายราชการ[แก้]

สัญลักษณ์ของกรมทางหลวงชนบท คือ องค์พระวิษณุหรือพระนารายณ์ เป็นเทพแห่งวิศวกรรมการพัฒนา การก่อสร้าง และบำรุงรักษาทางหลวง ประทับเป็นสง่าบนพระอาสน์ มือขวาถือจอบ มือซ้ายถือลูกดิ่ง เบื้องหลังพระวิษณุแสงสว่างแผ่เป็นรัศมีโดยรอบทั้ง 8 ทิศ แสดงถึงภารกิจของกรมทางหลวงชนบท ครอบคลุมทั้งประเทศ และลายกนก 3 ชั้น ตัดด้วยเส้นสีแดงบนพื้นสีเหลืองทอง หมายถึง ประเทศไทย

รายนามอธิบดีกรมทางหลวงชนบท[แก้]

รายนามอธิบดีกรมทางหลวงชนบท
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
1 สุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์ (9 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ถึง 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549)
2 ระพินทร์ จารุดุล (16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ถึง 2551)
3 สุพจน์ ทรัพย์ล้อม (23 มีนาคม พ.ศ. 2551 ถึง 2551)
4 วิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ ( พ.ศ. 2551 - 2554)
5 ชาติชาย ทิพย์สุนาวี (พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน )

โครงสร้างส่วนราชการ[แก้]

ป้ายรหัสสายทาง ทางหลวงชนบท[แก้]

ในการเรียกชื่อทางหลวงชนบท จะนิยมใช้หมายเลขทางหลวงแผ่นดิน หรือชื่อหมู่บ้าน หรือชื่อสถานที่สำคัญ ที่เป็นจุดเริ่มต้นโครงการและจุดสิ้นสุดโครงการในสายทางนั้นมาตั้งชื่อถนน เช่น สายแยกทางหลวงหมายเลข 314 - บ้านลาดกระบัง หรือ สายบ้านคลอง 20 - บ้านตลาดคลอง 16 เป็นต้น ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาระบบโครงข่ายทางหลวงชนบทมากขึ้น การใช้ชื่อเพียงอย่างเดียวอาจจะก่อให้เกิดการสับสน และไม่สามารถทราบว่าสายทางนั้นอยู่ในจังหวัดใด ดังนั้นจึงมีการนำรหัสสายทางเข้ามาเป็นตัวบอกถึงที่ตั้ง และลำดับของสายทาง ซึ่งรหัสสายทางของทางหลวงชนบทประกอบด้วยตัวอักษรย่อของจังหวัด 2 ตัว และตัวเลข 4 ตัว มาใช้กำกับทางหลวงชนบท โดยมีความหมายดังนี้

  • ตัวอักษรย่อ 2 ตัว บอกถึงจังหวัดที่ตั้งของสายทางนั้น ๆ เช่น นบ. หมายถึง ทางหลวงชนบทที่อยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี หรือ ชบ. หมายถึงทางหลวงชนบทที่อยู่ในเขตจังหวัดชลบุรี เป็นต้น
  • ตัวเลข 4 หลัก ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
    • รหัสเลขตัวที่หนึ่ง บอกถึงลักษณะของการเชื่องโยงของสายทางว่าจุดเริ่มต้นสายทางเป็นอย่างไร มีทั้งหมด 6 หมายเลข แต่ละหมายเลขมีความหมายดังนี้
      • เลข 1 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงที่มีหมายเลขตัวเดียว
      • เลข 2 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงที่มีหมายเลขสองตัว
      • เลข 3 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงที่มีหมายเลขสามตัว
      • เลข 4 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงที่มีหมายเลขสี่ตัว
      • เลข 5 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงชนบทหรือทางหลวงท้องถิ่น
      • เลข 6 หมายถึง เริ่มต้นจากสถานที่ เช่น โรงเรียน วัด บ้าน ตำบล อำเภอ
    • รหัสเลข 3 ตัว บอกถึงลำดับของสายทางในแต่ละจังหวัด

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]