กรมการจัดหางาน
| กรมการจัดหางาน | |
|---|---|
| Depatment of Employment | |
| ที่ทำการ | |
| ถนนพหลโยธิน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพ | |
| ภาพรวม | |
| วันก่อตั้ง | พ.ศ. 2536 |
| เขตอำนาจ | ทั่วราชอาณาจักร |
| งบประมาณ | 992.9455 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1] |
| ผู้บริหาร | ประวิทย์ เคียงผล, อธิบดี สุเมธ มโหสถ, รองอธิบดี วินัย ลู่วิโรจน์[2], รองอธิบดี สินี จงจิตต์, รองอธิบดี |
| ต้นสังกัด | กระทรวงแรงงาน |
| เว็บไซต์ | |
| http://www.doe.go.th | |
กรมจัดหางาน (อังกฤษ: Depatment of Employment) เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงแรงงาน
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
การจัดตั้งองค์กรหลัง พ.ศ. 2475 [แก้]
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 รัฐบาลสมัยนั้น ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของปัญหาแรงงาน ที่เกิดขึ้นในอนาคต จึงได้ดำเนินนโยบายของชาติไว้อย่างแน่ชัด ประกอบกับในระยะนั้น เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และประเทศไทยได้รับผลกระทบกระเทือนด้วย ประชาชนจึงว่างงานกันมาก หน่วยงานของรัฐบาล ที่ปฏิบัติงานบริหารแรงงาน ได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นกิจลักษณะเป็นครั้งแรก คณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้กำหนดนโยบายหลัก 6 ประการ ประการหนึ่งระบุว่า "จะต้องบำรุงความสุขของราษฎรในทางเศรษฐกิจและหางานให้ราษฎรทุกคนทำ" รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักจัดหางาน พ.ศ. 2475[3] ขึ้นบังคับใช้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2475 พระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้สิทธิแก่เอกชนที่จะประกอบอาชีพ ในทางจัดตั้งสำนักงานรับจัดหางานให้แก่ประชาชนได้ โดยดำเนินงาน และบริการเรียกค่าบริการจากประชาชน ผู้มาใช้บริการภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด และในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2475 รัฐบาลก็ได้ตรา พระราชบัญญัติสำนักงานจัดหางานประจำท้องถิ่น พ.ศ. 2475[4] ขึ้นบังคับใช้ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้กำหนดให้จัดตั้งสำนักงานกลางจัดหางาน ขึ้นในจังหวัดพระนคร และธนบุรี ทำหน้าที่จัดหางานให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าบริการ
ต่อมาจึงได้มีการจัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ขึ้นในปี พ.ศ. 2536 โดยการโอนภารกิจบางส่วนจากกระทรวงมหาดไทย[5]
อำนาจหน้าที่และการแบ่งส่วนราชการ [แก้]
อำนาจหน้าที่ [แก้]
กรมการจัดหางาน มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีงานทำและคุ้มครองคนหางาน โดยการศึกษา วิเคราะห์สภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มตลาดแรงงาน เป็นศูนย์กลางข้อมูลตลาดแรงงาน รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารด้านการส่งเสริมการมีงานทำ เพื่อให้ประชากรมีงานทำที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและความถนัดไม่ถูกหลอกลวง ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและเป็นธรรม มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
- ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยกรมการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน กฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
- วิเคราะห์สภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มความต้องการแรงงานและเป็นศูนย์ทะเบียนข้อมูลตลาดแรงงาน
- พัฒนาระบบ รูปแบบ มาตรการ และวิธีการด้านการจัดหางาน จัดทำและประสานแผนการปฏิบัติงานของกรมให้สอดคล้องกับนโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านแรงงานของกระทรวง รวมทั้งกำหนดมาตรฐานอาชีพ และอุตสาหกรรม
- ให้คำปรึกษา ส่งเสริม และให้บริการแนะแนวอาชีพตามแนวถนัดให้แก่ประชาชน
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
การแบ่งส่วนราชการ [แก้]
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการจัดหางานได้แบ่งส่วนราชการของกรมการจัดหางานเป็นราชการบริหารส่วนกลางและราชการบริหารส่วนภูมิภาค ดังนี้
- ราชการบริหารส่วนกลาง
- สำนักงานเลขานุการกรม
- กองนิติการ
- กองแผนงานและสารสนเทศ
- กองพัฒนาระบบบริการจัดหางาน
- กองวิจัยตลาดแรงงาน
- กองส่งเสริมการมีงานทำ
- สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
- สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
- ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
- สำนักงานจัดหางานจังหวัด
อ้างอิง [แก้]
- ^ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 129 ตอนที่ 15ก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555
- ^ http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255508130037&tb=N255508&return=ok
- ^ พระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน พุทธศักราช ๒๔๗๕
- ^ พระราชบัญญัติสำนักงานจัดหางานประจำท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๔๗๕
- ^ พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๓๖
|
|||||||||||