กรมการจัดหางาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กรมการจัดหางาน
Depatment of Employment
Doe logo.png
ที่ทำการ
ถนนพหลโยธิน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพ
ภาพรวม
วันก่อตั้ง พ.ศ. 2536
เขตอำนาจ ทั่วราชอาณาจักร
งบประมาณ 1,160.0531 ล้านบาท (พ.ศ. 2558)[1]
ผู้บริหาร สุเมธ มโหสถ, อธิบดี
ธนิช นุ่มน้อย, รองอธิบดี
ต้นสังกัด กระทรวงแรงงาน
เว็บไซต์
http://www.doe.go.th

กรมจัดหางาน (อังกฤษ: Depatment of Employment) เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงแรงงาน

ประวัติ[แก้]

การจัดตั้งองค์กรหลัง พ.ศ. 2475[แก้]

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 รัฐบาลสมัยนั้น ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของปัญหาแรงงาน ที่เกิดขึ้นในอนาคต จึงได้ดำเนินนโยบายของชาติไว้อย่างแน่ชัด ประกอบกับในระยะนั้น เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และประเทศไทยได้รับผลกระทบกระเทือนด้วย ประชาชนจึงว่างงานกันมาก หน่วยงานของรัฐบาล ที่ปฏิบัติงานบริหารแรงงาน ได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นกิจลักษณะเป็นครั้งแรก คณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้กำหนดนโยบายหลัก 6 ประการ ประการหนึ่งระบุว่า "จะต้องบำรุงความสุขของราษฎรในทางเศรษฐกิจและหางานให้ราษฎรทุกคนทำ" รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักจัดหางาน พ.ศ. 2475[2] ขึ้นบังคับใช้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2475 พระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้สิทธิแก่เอกชนที่จะประกอบอาชีพ ในทางจัดตั้งสำนักงานรับจัดหางานให้แก่ประชาชนได้ โดยดำเนินงาน และบริการเรียกค่าบริการจากประชาชน ผู้มาใช้บริการภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด และในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2475 รัฐบาลก็ได้ตรา พระราชบัญญัติสำนักงานจัดหางานประจำท้องถิ่น พ.ศ. 2475[3] ขึ้นบังคับใช้ พระราชบัญญัติ ฉบับนี้กำหนดให้จัดตั้งสำนักงานกลางจัดหางาน ขึ้นในจังหวัดพระนคร และธนบุรี ทำหน้าที่จัดหางานให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าบริการ

ต่อมาจึงได้มีการจัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ขึ้นในปี พ.ศ. 2536 โดยการโอนภารกิจบางส่วนจากกระทรวงมหาดไทย[4]

อำนาจหน้าที่และการแบ่งส่วนราชการ[แก้]

อำนาจหน้าที่[แก้]

กรมการจัดหางาน มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีงานทำและคุ้มครองคนหางาน โดยการศึกษา วิเคราะห์สภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มตลาดแรงงาน เป็นศูนย์กลางข้อมูลตลาดแรงงาน รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมระบบการบริหารด้านการส่งเสริมการมีงานทำ เพื่อให้ประชากรมีงานทำที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถและความถนัดไม่ถูกหลอกลวง ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและเป็นธรรม มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

  • ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยกรมการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน กฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • วิเคราะห์สภาวะตลาดแรงงานและแนวโน้มความต้องการแรงงานและเป็นศูนย์ทะเบียนข้อมูลตลาดแรงงาน
  • พัฒนาระบบ รูปแบบ มาตรการ และวิธีการด้านการจัดหางาน จัดทำและประสานแผนการปฏิบัติงานของกรมให้สอดคล้องกับนโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านแรงงานของกระทรวง รวมทั้งกำหนดมาตรฐานอาชีพ และอุตสาหกรรม
  • ให้คำปรึกษา ส่งเสริม และให้บริการแนะแนวอาชีพตามแนวถนัดให้แก่ประชาชน
  • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

การแบ่งส่วนราชการ[แก้]

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการจัดหางานได้แบ่งส่วนราชการของกรมการจัดหางานเป็นราชการบริหารส่วนกลางและราชการบริหารส่วนภูมิภาค ดังนี้

  • ราชการบริหารส่วนกลาง
    • สำนักงานเลขานุการกรม
    • กองนิติการ
    • กองแผนงานและสารสนเทศ
    • กองพัฒนาระบบบริการจัดหางาน
    • กองวิจัยตลาดแรงงาน
    • กองส่งเสริมการมีงานทำ
    • สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
    • สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
  • ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
    • สำนักงานจัดหางานจังหวัด

อ้างอิง[แก้]