กรณีพิพาทอินโดจีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กรณีพิพาทอินโดจีน
Announce the war.JPG
หลวงวิจิตรวาทการประกาศสงครามผ่านวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2483 - 9 พฤษภาคม 2484
สถานที่ อินโดจีนฝรั่งเศส
ผลลัพธ์ ไม่มีข้อยุติ[1]; ญี่ปุ่นเข้ามาเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิง
ดินแดน
เปลื่ยน
ไทยได้ดินแดนที่เป็นข้อพิพาทกลับมาอยู่ในความปกครอง 4 จังหวัด
คู่ขัดแย้ง
Flag of Thailand.svg ไทย Flag of France.svg วิชีฝรั่งเศส
Flag of Colonial Annam.svg อินโดจีนฝรั่งเศส
ผู้บังคับบัญชา
Flag of Thailand.svg แปลก พิบูลสงคราม Flag of France.svg ฌอง เดอกูซ์
กำลัง
• กำลังพล 60,000 นาย
รถถัง 134 คัน
• เครื่องบินรบ ~140 ลำ[2]
• เรือรบ 18 ลำ
• กำลังพล 50,000 นาย
รถถัง 20 คัน
• เครื่องบินรบ ~100 ลำ
• เรือรบจำนวนหนึ่ง
กำลังพลสูญเสีย
• ทหารเสียชีวิต 160 นาย
• บาดเจ็บ 307 นาย
• ตกเป็นเชลย 21 นาย
• เสียอากาศยาน 8-13 ลำ
• ทหารเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ 321 นาย
• สูญหาย 178 นาย
• ตกเป็นเชลย 222 นาย
• เสียอากาศยาน 22 ลำ

กรณีพิพาทอินโดจีน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ สงครามอินโดจีน เป็นการรบกันระหว่างประเทศไทยกับรัฐบาลวิชีฝรั่งเศส ช่วง 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 - 28 มกราคม พ.ศ. 2484 จากเหตุความขัดแย้งในการอ้างสิทธิเหนือดินแดนอินโดจีนฝรั่งเศสบางส่วน คือ ลาว และกัมพูชา ซึ่งเคยเป็นประเทศราชของไทยมาก่อน มีเหตุการณ์สำคัญเช่น ยุทธนาวีเกาะช้าง

ภายหลังเมื่อสิ้นสุดกรณีพิพาท โดยมีญี่ปุ่นเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาสงบศึก ไทยกับฝรั่งเศส ลงนามในอนุสัญญาสันติภาพที่กรุงโตเกียว เมื่อ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 จึงทำให้ไทยได้ดินแดนดังกล่าวกลับมาบางส่วน และจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่ขึ้น 4 จังหวัด คือ จังหวัดนครจัมปาศักดิ์ จังหวัดลานช้าง จังหวัดพิบูลสงครามและจังหวัดพระตะบอง รวมเป็นพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 24,039 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจังหวัดดังกล่าวนี้ ไทยได้ปกครองเรื่อยมาจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี พ.ศ. 2488

อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เนื้อหา

เบื้องหลัง [แก้]


การเจรจาปรับปรุงเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างไทยและฝรั่งเศส [แก้]


กำลังรบของทั้งสองฝ่าย [แก้]

ฝ่ายไทย [แก้]

การรบครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของกองทัพไทยที่ทำการรบพร้อมกันทั้ง 3 เหล่าทัพ คือ กองทัพบก, กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ[3]

ฝ่ายฝรั่งเศสและอินโดจีนฝรั่งเศส [แก้]


การปะทะกันตามแนวชายแดนและการรุกล้ำเขตแดน [แก้]


การโจมตีทางอากาศที่นครพนม [แก้]

ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1940 ฝรั่งเศสส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนม ทำให้ประชาชนไทยบาดเจ็บ กองทัพไทยได้ส่งกองทัพอากาศเข้าโจมตีฝรั่งเศส เพื่อเป็นการตอบโต้ กองทัพบกฝรั่งเศสยกทัพเข้ามาประชิดชายแดน จังหวัดสุรินทร์ อุบลราชธานี และจังหวัดหนองคาย โดยทางไทยถือว่า การเคลื่อนไหวของกองทัพฝรั่งเศสในครั้งนี้เป็นการคุกคามอธิปไตยของชาติไทยอย่างร้ายแรง หลังจากนั้นกองบัญชาการทหารสูงสุดได้ออกประกาศ ฉบับที่1/2483 มีใจความว่า “เรื่อง ให้พี่น้องชาวอินโดจีนระวังภัยจากการทิ้งระเบิด ขอให้พี่น้องชาวอินโดจีนในปกครองของฝรั่งเศสทราบทั่วกันว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน เวลา 08.00 นาฬิกา เครื่องบินฝรั่งเศส 5 เครื่อง ได้บินมาทิ้งระเบิดที่จังหวัดนครพนม ทำให้ประชาชนบาดเจ็บ 6 คน การรุกรานของฝรั่งเศสในอินโดจีนคราวนี้ เป็นการกระทำอย่างผิดศีลธรรมด้วยประการทั้งปวง ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องทั้งหลาย กองทัพอากาศจะได้ทำการตอบแทนแก่คนฝรั่งเศสในอินโดจีนบ้าง โดยจะได้ไปทิ้งระเบิดยังกองบัญชาการ และที่พักอาศัยซึ่งมีทหารชาติฝรั่งเศสอยู่ทั่วไป ฉะนั้น ขอแจ้งให้พี่น้องชาวอินโดจีนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ได้ออกไปอยู่ห่างจากตำบลที่คนฝรั่งเศสอยู่ และอย่าได้เข้าอยู่ใกล้คนฝรั่งเศสเป็นอันขาด เพราะจะพลอยเป็นอันตรายไปด้วย” หลังเสร็จสิ้นการประกาศ กองทัพไทยจากกองพลพายัพได้เคลื่อนกำลังจากแนวชายแดนด้านติดลาวกับด้านที่ติดกับกัมพูชา เข้าไปจู่โจมกองทัพอินโดจีนของฝรั่งเศสอย่างดุเดือด

การใช้กำลังทางทหารเข้าสู้รบของทั้งสองฝ่าย [แก้]

การรบทางอากาศ [แก้]

การรบทางภาคพื้นดิน [แก้]

การรบทางทะเล [แก้]

บทความหลัก ดูที่:การรบที่เกาะช้าง


ความสูญเสียจากกรณีพิพาทอินโดจีน [แก้]

ฝ่ายไทย [แก้]

ฝ่ายฝรั่งเศส [แก้]


ญี่ปุ่นเข้ามาเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิง [แก้]


ไทยรับมอบดินแดนคืนจากอินโดจีนฝรั่งเศส [แก้]

อินโดจีนฝรั่งเศสคืนบางส่วนของกัมพูชาและลาวให้แก่ไทยไทย โดยก่อตั่ง4จังหวัด คือ จังหวัดนครจัมปาศักดิ์ จังหวัดพระตะบองจังหวัดลานช้าง และ จังหวัดพิบูลสงคราม

ไทยคืนดินแดนให้แก่ฝรั่งเศส [แก้]



อ้างอิง [แก้]

  1. ^ Tucker, p. 552
  2. ^ Royal Thai Air Force. (1976) The History of the Air Force in the Conflict with French Indochina. Bangkok.
  3. ^ บัญชร ชวาลศิลป์ พล.อ., รายการคุยกับ พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ ทาง F.M. 101 MHz วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]