กฎหมายปิดปาก
กฎหมายปิดปาก หรือในพระธรรมศาสตร์เรียก บทตัดสำนวน (อังกฤษ: estoppel) คือ หลักกฎหมายที่ไม่ยอมให้อ้างหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามพฤติการณ์ ไม่ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม
คำ "estoppel" ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากคำ "estoupail" ในภาษาฝรั่งเศสโบราณ หมายความว่า "ฝาจุก" (stopper plug) อุปมาถึง การอุดความไม่สมดุลของเหตุการณ์ คำ "estoppel" นี้ยังเกี่ยวข้องกับกริยา "estop" ซึ่งมาจากคำ "estopper" ในภาษาฝรั่งเศสโบราณเช่นกัน หมายความว่า "หยุดยั้ง, ขัดขวาง"
โดยสาระสำคัญแล้ว กฎหมายปิดปากเป็นหลักกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐาน[1] ซึ่งห้ามบุคคลปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ได้ถือว่ายุติแล้ว เมื่อศาลเห็นว่า คู่ความได้กระทำการใด ๆ อันเข้าลักษณะกฎหมายปิดปาก คู่ความนั้นจะถูก "ปิดปาก" (estopped) มิได้โต้แย้งหรืออ้างสิทธิ เช่น จำเลยจะถูกปิดปากมิให้แก้ต่าง หรือโจทก์จะถูกปิดปากมิให้แก้คำให้การของจำเลย เซอร์เอดเวิร์ด โคก (Edward Coke) ว่า "ที่เรียก กฎหมายปิดปาก หรือข้อตัดบท นั้น เพราะว่าการกระทำหรือการยอมรับของคนคนนั้นเองกลายเป็นเครื่องหุบหรือปิดปากตัวเขามิให้กล่าวหรืออ้างข้อเท็จจริง"[2]
ตัวอย่างของกฎหมายปิดปาก เช่น[3]
- กรณี 1 เทศบาลเมืองวิกิพีเดียทำสัญญากับเอกชนรายหนึ่ง สัญญานั้นว่า สภาเทศบาลได้พิจารณาทบทวนเนื้อความในสัญญาแล้วและสัญญาก็ถูกต้องสมบูรณ์ ดังนี้ กฎหมายปิดปากจะปิดปากเทศบาลเมืองวิกิพีเดียมิให้อ้างว่าสัญญาไม่สมบูรณ์
- กรณี 2 เจ้าหนี้บอกให้ลูกหนี้ทราบอย่างไม่เป็นทางการว่า จะปลดหนี้ให้ แม้ว่าการปลดหนี้นั้นมิได้ทำเป็นหนังสืออย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหนี้ก็อาจถูกปิดปากมิให้กลับคำไปเรียกชำระหนี้ เพราะอาจไม่เป็นธรรมได้ (เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้ทำเป็นหนังสือ)
- กรณี 3 ผู้ให้เช่าบอกผู้เช่าว่า จะลดค่าเช่าให้ เพราะบริการสาธารณูปโภคบางอย่างเสื่อมไปเป็นต้น ถ้าผู้เช่าฟังถ้อยคำนั้นแล้วเลือกจะอาศัยอยู่ต่อไป ผู้ให้เช่าก็อาจถูกปิดปากมิให้เรียกค่าเช่าตามจำนวนเดิม
ยังมีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอีก ปรากฏอยู่ในมาตรา 407 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทย ความว่า "บุคคลใดกระทำการตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้ โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ท่านว่า ผู้นั้นหามีสิทธิที่จะได้รับคืนทรัพย์ไม่"
มาตรา 115 แห่งรัฐบัญญัติพยานหลักฐานอินเดีย ค.ศ. 1872 (Indian Evidence Act, 1872) อันเป็นกฎหมายของประเทศอินเดียนั้น บัญญัติถึงกฎหมายปิดปากไว้โดยตรงว่า ในกรณีที่บุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยแสดงเจตนาก็ดี โดยกระทำก็ดี หรือโดยละเว้นการกระทำก็ดี จงใจก่อหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นเชื่อถือว่าสิ่งหนึ่งเป็นความจริงแท้หรือให้เขากระทำตามความเชื่อถือเช่นนั้น บุคคลผู้นั้น หรือผู้แทนของเขา เมื่อเป็นความหรืออยู่ในกระบวนพิจารณากับบุคคลเช่นว่า จะปฏิเสธว่าสิ่งดังกล่าวไม่เป็นความจริงมิได้[4]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ http://ceds.vu.edu.au/buslaw/centrallon.htm
- ↑ 2 Coke, Littleton 352a
- ↑ Speckman v. City of Indianapolis, 540 N.E.2d 1189, 1191 (Ind. 1989).
- ↑ http://indiankanoon.org/doc/565781/